คอลัมน์หมายเลข 7 : ชำแหละสัญญาโครงการดินแลกน้ำ จ.ปราจีนบุรี

View icon 7
วันที่ 13 พ.ค. 2569 | 11.22 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - สื่อให้เห็นว่า ประเด็นนี้มีความสำคัญ โครงการดินแลกน้ำ มีวัตถุประสงค์ชัดเจนว่าเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้ง เเละอุทกภัย ต้องยอมรับว่า เป็นโครงการที่ดี ถ้าการดำเนินงานเป็นไปตามแบบ และขุดปริมาณ กรวด หิน ดิน ทราย ตามที่ระบุไว้ในสัญญา พูดง่าย ๆ คือ ห้ามขุดปริมาณเกิน มิฉะนั้นจะเป็นการทำผิดสัญญา และอีกหลายข้อปฏิบัติที่ผู้รับจ้างต้องพึงปฏิบัติ แต่ดูเหมือนว่า วามเป็นจริงส่อว่าจะตรงกันข้าม วันนี้คอลัมน์หมายเลข 7 จะเปิดรายละเอียดของสัญญาให้เห็นชัด  ๆ ไปติดตามกัน

ตลิ่งพัง ถนนทรุด จากโครงการดินแลกน้ำ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี จนชาวบ้านร้องเรียนว่าผู้รับจ้าง ไม่ปฏิบัติตามแบบงานในสัญญา

โดยพื้นที่โครงการที่เป็นปัญหา มี 4 สัญญา ประกอบด้วย โครงการหมู่ที่ 1, 3 และ 4 ตำบลนาดี, โครงการหมู่ที่ 6, 7 และ 9 ตำบลสำพันตา, โครงการหมู่ที่ 2, 3, 4 และ 5 ตำบลสะพานหิน และโครงการหมู่ที่ 1 และ 9 ตำบลสะพานหิน


ปัจจุบันมีคำสั่งระงับดำเนินงานไว้ชั่วคราว จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง หากผู้รับจ้างไม่แก้ไขให้เป็นไปตามแบบงาน จะต้องถูกยกเลิก


หากผู้รับโดยโครงการดินแลกน้ำแควหนุมาน หมู่ที่ 2, 3, 4 และ 5 ตำบลสะพานหิน และโครงการฯ หมู่ที่ 1 และ 9 ตำบลสะพานหิน

ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ระงับไว้ชั่วคราว หลังพบว่า รูปแบบและวิธีการขุดลอกไม่ถูกต้อง อาศัยอำนาจตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยวิธีการเกี่ยวกับการขุดลอกแหล่งน้ำสาธารณประโยชน์ที่ตื้นเขิน พ.ศ. 2547 ข้อ 5 และข้อ 9

ส่วนโครงการหมู่ที่ 1, 3 และ 4 ตำบลนาดี และโครงการหมู่ที่ 6, 7 และ 9 ตำบลสำพันตา พบการร้องเรียนรถบรรทุกทรายวิ่งบนถนนเเละสะพาน ในความรับผิดชอบของเทศบาลตำบลนาดี จนชำรุดเสียหาย เกิดฝุ่นละอองรบกวน จึงระงับไว้ชั่วคราวเช่นกัน

ทั้งสองโครงการ ต้องแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน เเละผู้รับจ้างมีสิทธิ์อุทธรณ์

นั่นเท่ากับว่า 2 โครงการเเรก ใน ต.สะพานหิน ต้องสิ้นสุดระยะเวลา ให้กลับไปเเก้ไข ในวันที่ 9 พฤษภาคม 2569

ล่าสุด คอลัมน์หมายเลข 7 สอบถามไปยังนายอำเภอนาดี ในฐานะผู้ว่าจ้าง ทราบว่า ปัจจุบันผู้รับจ้างกำลังอยู่ในระหว่างเเก้ไขเเบบ และวิธีการขุดลอกให้ถูกต้อง ทางอำเภอนาดี จึงทำหนังสือถึง ผวจ.ปราจีนบุรี ขอขยายเวลาระงับชั่วคราวออกไปอีก 30 วัน

ส่วนโครงการฯ ใน ตำบลนาดี เเละสำพันตา จะสิ้นสุดระยะเวลา ให้กลับไปเเก้ไข ในวันที่  30 พฤษภาคม 2569

ปัญหาสำคัญของการนำมาสู่คำสั่งระงับโครงการชั่วคราว คือ การไม่ปฏิบัติตามเเบบงานให้ถูกต้องในสัญญา

คอลัมน์หมายเลข 7 ตรวจสอบรายละเอียดของโครงการขุดดินแลกน้ำ ทั้ง 4 สัญญา พบว่า มีนายอำเภอนาดี เป็นผู้ว่าจ้าง

โดยสัญญาโครงการ แควหนุมาน หมู่ที่ 2, 3, 4 และ 5 ตำบลสะพานหิน เเละโครงการฯ หมู่ที่ 1 เเละ 9 ตำบลสะพานหิน มีนางสาวชุติพร เมตตา เป็นผู้รับจ้าง

เเละโครงการหมู่ที่ 1, 3 เเละ 4 ตำบลนาดี และโครงการหมู่ที่ 6, 7 เเละ 9 ตำบลสำพันตา มีนางสาวจิราภรณ์ ดวงสีทา เป็นผู้รับจ้าง มีรายงานข่าวว่า ทั้งสองคนเป็นเสมียน เเละอายุไม่ถึง 30 ปี

นายอำเภอนาดี ชี้เเจงว่า ตนเองตั้งข้อสังเกตในเรื่องอายุน้อยเกินไปเช่นกัน จึงเชิญมาสัมภาษณ์ เพราะกังวลว่าจะดำเนินการตามสัญญาไม่ได้

ส่วนเรื่องผู้รับจ้างทั้ง 2 รายเป็นเสมียน ประเด็นนี้ไม่ทราบ เเละเเต่ละสัญญามีเพียง 2 ราย ที่เสนอความประสงค์เข้ามา ส่วนตัวไม่อยากให้มองว่าเป็นผลประโยชน์ อยากให้มองเฉพาะผลสัมฤทธิ์ของงานเท่านั้น

คอลัมน์หมายเลข 7 ตรวจสอบพบว่า คุณสมบัติของผู้มีสิทธิยื่นข้อเสนอ จะต้องเป็นนิติบุคคล หรือบุคคลธรรมดา ที่มีอาชีพรับจ้างทำงานดังกล่าว ต้องมีเครื่องจักรกล เครื่องมือ หรืออุปกรณ์ ครบสำหรับการขุด ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ ไม่เป็นผู้ที่ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของทางราชการในขณะที่ยื่น ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น

น่าสังเกตว่า คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอโครงการขุดดินเเลกน้ำ ระบุชัดเจน ต้องมีเครื่องจักรกล เครื่องมือ หรืออุปกรณ์ ครบสำหรับการขุดลอก ซึ่งโครงการขนาดนี้ บุคคลธรรมดาไม่น่าจะมีศักยภาพเท่ากับนิติบุคคล เเต่ปรากฏว่า ทั้ง 4 สัญญา ผู้ได้งานกลับเป็นบุคคลธรรมดา

นายอำเภอนาดี ย้ำว่า เงื่อนไขเป็นไปตามสัญญา หลังจากนี้ต้องให้เวลาผู้รับจ้าง หากดำเนินการไม่เเล้วเสร็จ ต้องถูกยกเลิก ซึ่งคาดว่าสัญญาโครงการ แควหนุมาน หมู่ที่ 2, 3, 4 และ 5 ตำบลสะพานหิน เเละโครงการฯ หมู่ที่ 1 เเละ 9 ตำบลสะพานหิน น่าจะเดินต่อไม่ได้

ทั้งหมดนี้เป็นข้อเท็จจริงบางส่วนที่คอลัมน์หมายเลข 7 หยิบยกมานำเสนอ เพื่อให้เห็นที่มาที่ไปของโครงการ เเละรายละเอียดบางประการในสัญญา

ส่วนวันพรุ่งนี้ มีข้อมูลสำคัญ เป็นภาพถ่ายดาวเทียมเเต่ละโครงการ ก่อนและหลังที่จะดำเนินงานตามสัญญา มีความผิดปกติหรือไม่ ต้องติดตาม