ห้องข่าวภาคเที่ยง - กรณีโรงเรียนอนุบาลนครปฐม ติดตั้งเครื่องสแกนใบหน้า อ้างเป็นการทดลองใช้ ก่อนทำสัญญาจ้าง ล่าสุด คอลัมน์หมายเลข 7 ได้รับเอกสารสัญญาจ้าง ติดอากรแสตมป์ที่สรรพากรพื้นที่ ขณะที่ ป.ป.ท. ระบุพฤติการณ์ดังกล่าว ของผู้บริหารโรงเรียน ส่อเป็นการทุจริต ติดตามจากคุณหนึ่ง อรรถพล ดวงจินดา ในคอลัมน์หมายเลข 7
เป็นคำชี้แจง ของผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลนครปฐม ที่อธิบายหลักการและเหตุผล ถึงความจำเป็นในการติดตั้งเครื่องสแกนใบหน้า Student Care กับ ปปท.เขต 7 ที่เข้าไปแสวงหาข้อมูล ร่วมกับคอลัมน์หมายเลข 7 ภายในโรงเรียนอนุบาลนครปฐม วันที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมา
โดยยืนยันว่า การติดตั้งเครื่องสแกนใบหน้า งบประมาณ 1.2 ล้านบาทนี้ เป็นเพียงการทดลองใช้ หลังจากให้บริษัทเอกชน 1 ราย เข้ามาติดตั้ง เครื่องสแกนใบหน้า 8 จุด ภายในโรงเรียน แต่ทั้งหมดนี้ยังไม่มีการดำเนินการทำเอกสารจัดซื้อจัดจ้างตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง และบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
น่าสังเกตว่า หลังการขยายผล วันที่ 25 พฤษภาคม บริษัทเอกชน มีเอกสารตอบรับ ยกเลิกสัญญา การใช้บริการระบบ และถอนการติดตั้งอุปกรณ์สแกนใบหน้า ที่ในเอกสาร ระบุว่า อยู่ระหว่างตรวจสอบ และทบทวนกระบวนการดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบ กระทั่งมีการเข้าไปถอดเครื่องสแกนใบหน้า ทั้ง 8 จุด ออกจากโรงเรียนอนุบาลนครปฐม เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา
ทว่า หลักฐานที่ ปปท.เขต 7 และคอลัมน์หมายเลข 7 ได้รับตรงข้ามกับข้อมูลที่ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลนครปฐมชี้แจง เพราะสัญญาจ้างดังกล่าว มีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 สิ้นสุดสัญญา 30 เมษายน 2571 ระบุค่าจ้าง 1,261,672.24 บาท ติดอาการสแตมป์ หรือ อ.ส. 4 ราคา 1,262 บาท ที่สรรพากรพื้นที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยบริษัท สติวเดนท์ แคร์ จำกัด คู่สัญญาเข้าไปติดตั้งเครื่องสแกนใบหน้า ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
ข้อมูลนี้ หักล้างข้ออ้างการทดลองใช้ของผู้อำนวยการโรงเรียนโดยสิ้นเชิง พฤติการณ์นี้เข้าข่าย ส่อทุจริต ตามหลักฐานที่ปรากฏ
โดยหลังจากนี้ ปปท.เขต 7 อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานข้อมูล เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย พร้อมทั้งเตรียมประสานไปยังหน่วยงานต้นสังกัด เพื่อตรวจสอบข้อมูล หาความเชื่อมโยงไปถึงโรงเรียนอื่น ๆ ที่อาจจะมีการกระทำในลักษณะนี้ เพื่อการป้องปราม และตรวจสอบเรื่องนี้ด้วย ซึ่งมองว่า เรื่องนี้อยู่ในข่าย เตรียมเสนอบอร์ด ปปท. และจะส่งข้อมูลให้ ป.ป.ช. ตามขั้นตอนการตรวจสอบ ภายใน 60 วัน
สอดคล้องกับ ข้อมูลของกรมสรรพากร และ พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 และระเบียบที่เกี่ยวข้อง กำหนดให้การจัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินเกินที่กำหนด กรณีหน่วยงานรัฐทำสัญญากับเอกชน เกินวงเงิน 200,000 บาท ต้องจัดทำ สัญญาเป็นหนังสือ หรือข้อตกลง ซึ่งต้องติดอากรแสตมป์ตามกฎหมาย ภาษีอากร จึงมีผลทางนิติกรรมสัญญาแล้ว
ข้อมูลที่คอลัมน์หมายเลข 7 ได้รับจากเจ้าหน้าที่หน่วยตรวจสอบหลายหน่วย จึงเข้าไปตรวจสอบที่โรงเรียนอนุบาลกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม พบมีการติดตั้งเครื่องสแกนใบหน้าแบบ Student Care แบบนี้ด้วย
#คอลัมน์หมายเลข7 #ต้านทุจริตตามติดกลโกง #ติดตั้งเครื่องสแกนใบหน้า