หญิงชาวฝรั่งเศสที่ติดเชื้อ “ไวรัสฮันตา” หลังอพยพจากเรือสำราญ MV Hondius ล่าสุด มีอาการรุนแรงและต้องใช้ “ปอดเทียม” ในการช่วยชีวิต
วันนี้ (13 พ.ค. 69) สำนักข่าว France24 รายงานว่า นายแพทย์ ซาเวียร์ เลสคูร์ จากโรงพยาบาลบิชาต์ ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เผยว่า หญิงชาวฝรั่งเศสที่ติดเชื้อ “ไวรัสฮันตา” ซึ่งเป็นผู้โดยสารบนเรือสำราญ MV Hondius ที่มีการแพร่ระบาดของ “ไวรัสฮันตา” และถูกส่งตัวกลับประเทศ ขณะนี้มีอาการรุนแรงทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับปอดและหัวใจและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต และตอนนี้กำลังรักษาตัวอยู่ในห้อง ICU และต้องใช้ “ปอดเทียม” ในการช่วยพยุงชีวิต
โดยแพทย์เผยว่า ผู้ป่วยหญิงคนดังกล่าวต้องใช้เครื่องช่วยสูบฉีดเลือดผ่านปอดเทียมส่งออกซิเจนให้และส่งกลับเข้าสู่ร่างกาย และหวังว่าอุปกรณ์นี้จะช่วยลดแรงดันในปอดและหัวใจได้มากพอที่จะทำให้มีเวลาฟื้นตัว นี่เป็น “การดูแลประคับประคองขั้นสุดท้าย” แล้ว
ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของฝรั่งเศส กล่าวว่า "ไม่มีหลักฐาน" ว่าไวรัสหายากชนิดนี้แพร่ระบาดในวงกว้าง
ทางองค์การอนามัยโลก (WHO) เผยเมื่อวานนี้ (12 พ.ค. 69) ว่า ขณะนี้พบผู้ป่วยติดเชื้อ “ไวรัสฮันตา” จำนวน 11 คน ซึ่งเชื่อมโยงกับเรือสำราญ MV Hondius รวมถึงผู้ติดเชื้อไวรัสฮันตา สายพันธุ์แอนดีส ที่ได้รับการยืนยันแล้ว ส่วนยอดผู้เสียชีวิตคือ 3 คน ซึ่งเป็นผู้เสียชีวิตบนเรือสำราญ MV Hondius ซึ่งรวมถึงคู่สามีภรรยาชาวเนเธอร์แลนด์ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเชื่อว่าเป็นกลุ่มแรกที่ติดเชื้อ “ไวรัสฮันตา”
ทางผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก กล่าวว่า พบผู้ติดเชื้อและผู้ต้องสงสัยติดเชื้อเฉพาะในกลุ่มผู้โดยสารหรือลูกเรือของเรือสำราญเท่านั้น และขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณบ่งชี้ว่าการระบาดจะใหญ่ขึ้น แต่แน่นอนว่าสถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้ และเนื่องจาก “ไวรัสฮันตา” มีระยะฟักตัวนาน จึงเป็นไปได้ที่อาจมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
โดยผู้ติดเชื้อรายล่าสุดที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อ “ไวรัสฮันตา” คือ ผู้โดยสารชาวสเปน ซึ่งตรวจพบเชื้อ “ไวรัสฮันตา” หลังจากถูกอพยพออกจากเรือสำราญ และผู้โดยสารคนดังกล่าวถูกกักตัวไว้ที่โรงพยาบาลในกรุงมาดริด