โฆษก ตร. เผยความคืบหน้าคดีนายหมิง ยืนยัน เชื่อมโยงแก๊งสแกมเมอร์กัมพูชา พบเป็นระดับ บอส ไม่ใช่บัญชีม้า

โฆษก ตร. เผยความคืบหน้าคดีนายหมิง ยืนยัน เชื่อมโยงแก๊งสแกมเมอร์กัมพูชา พบเป็นระดับ บอส ไม่ใช่บัญชีม้า

View icon 16
วันที่ 14 พ.ค. 2569 | 11.50 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
โฆษก ตร. เผยความคืบหน้าคดีนายหมิง ยืนยัน เชื่อมโยงแก๊งสแกมเมอร์กัมพูชา พบเป็นระดับ บอส ไม่ใช่บัญชีม้า เร่งขยายผลฐานข้อมูล case ID แจ้งความออนไลน์ว่ามีบุคคลใดที่แจ้งความแล้วมีส่วนเกี่ยวข้องกับนายหมิงหรือไม่

พลตำรวจโท ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยถึงความคืบหน้า การตรวจสอบเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับการกระทำความผิดของกลุ่มแก๊งสแกมเมอร์ และการกระทำผิดอื่นๆของนายหมิง โดยระบุว่า พลตำรวจเอก สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือตำรวจไซเบอร์ ขยายผลดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพื่อตรวจสอบความเชื่อมโยงของนายหมิงกับแก๊งสแกมเมอร์ และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศกัมพูชา รวมถึงบทบาทหน้าที่ภายในองค์กรอาชญากรรมดังกล่าว

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า นายหมิง มีความเกี่ยวข้องกับคดีจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบของตำรวจไซเบอร์ในทุกมิติผ่านระบบไทย โปลิศออนไลน์ ก็ดูเลข CASE ID ทั้งหมด ยืนยันว่า พฤติการณ์ของนายหมิง ในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติอย่างแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ไม่ใช่ระดับล่างอย่างบัญชีม้าแถว 1 แถว 2 หรือกองร้อยปอยเปต แต่นายหมิงอยู่ในระดับที่เหนือกว่านั้น ซึ่งกลุ่มคนไทยที่ทำงานในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ มักเรียกกลุ่มชาวจีนระดับนี้ว่า บอสชาวจีน ซึ่งอาจมีฐานะเป็นผู้จัดการ ผู้ช่วยผู้จัดการ ซีอีโอ หรือนายทุนร่วม อย่างไรก็ตามยังต้องรอให้ผลการขยายผลในซีกการเงินและซีกการจัดหาคนมีความชัดเจนมากกว่านี้

สำหรับกรณีที่หลายฝ่ายเรียกร้องให้นำคดีของนายหมิงเข้ามารวมสำนวนทำเป็นคณะทำงานอยู่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเป็นคนทำคดี เรื่องนี้โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า มีการรวบรวมพยานหลักฐาน เจ้าหน้าที่ต้องวิเคราะห์ข้อมูลดิจิทัลจำนวนมาก รวมถึงเส้นทางการเงินอย่างละเอียด เพื่อดูความเชื่อมโยงของบุคคลและการเดินทางเข้าออกประเทศ โดยมีการทำงานร่วมกับกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ซึ่งได้ตั้งคณะสืบสวนสอบสวนขึ้นมาดูแลในภาพรวม ณ จังหวัดชลบุรี ทั้งนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ลงไปกำกับดูแลตั้งแต่วันแรก หากพนักงานสอบสวนในพื้นที่พิจารณาแล้วว่าเกินกำลังขีดความสามารถ ก็จะมีการเสนอเรื่องเพื่อโอนคดีเข้าสู่ส่วนกลางตามระเบียบ แต่ยืนยันว่า ขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังไม่ได้มีคำสั่งให้โอนคดีดังกล่าวเข้ามาทำที่ส่วนกลาง แต่จะให้แต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการกันไปก่อน

ในส่วนของการประสานงานระหว่างประเทศ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติระบุว่า ได้มีการประสานข้อมูลกับทางการจีนและประเทศต่างๆ ทั้งในระดับทางการและข้อมูลเชิงลึก อย่างไรก็ตามพบว่า นายหมิง เป็นอาชญากรที่ปกปิดตัวตนได้เป็นอย่างดี ทำให้ไม่มีรายชื่ออยู่ในวอทลิสต์หรือบุคคลเฝ้าระวัง ของตำรวจสากล  และแม้แต่หน่วยข่าวกรองในประเทศของเขาเองก็ไม่มีข้อมูลการขึ้นทะเบียนอาชญากรไว้ก่อนหน้านี้

นอกจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ยกระดับมาตรการดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาประกอบกิจการในประเทศไทยตามนโยบายของ ผบ.ตร. ภายใต้หลักการ 3 ข้อคือ 1. การรีเอ็กซเรย์พื้นที่ โดยให้ ตม. ส่งข้อมูลที่พักและธุรกิจ เพื่อตรวจสอบซ้ำ 2. การดำเนินงานของศูนย์ปราบปรามการข้ามชาติที่มี พลตำรวจเอก สำราญ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ ประสานงานร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ กรมศุลกากร และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และ 3. มาตรการระยะยาวที่จะเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมดเข้าสู่ระบบ วัน โพล ลิสต์ เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบ

ทั้งนี้เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่านายหมิงยังมีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิดในวงการอื่นๆ นอกเหนือจากกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือไม่ พลตำรวจโท ไตรรงค์ ระบุว่า ปัจจุบันยังพบความเชื่อมโยงของนายหมิงเฉพาะในส่วนของแก๊งสแกมเมอร์เท่านั้น แต่อยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียดว่านายหมิงเข้าไปพัวพันกับเรื่องในวงการอื่นอีกหรือไม่ หากพบก็ต้องมีการดำเนินคดีตามขั้นตอน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง