ราชทัณฑ์แจง อัปเดตอาการ "หมิงเฉิน ซัน" ชาวจีน ซุกคลังแสง ขณะนี้ รู้สึกตัวดี แต่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ

ราชทัณฑ์แจง อัปเดตอาการ "หมิงเฉิน ซัน" ชาวจีน ซุกคลังแสง ขณะนี้ รู้สึกตัวดี แต่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ

View icon 39
วันที่ 13 พ.ค. 2569 | 12.26 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ราชทัณฑ์แจง อัปเดตอาการ "หมิงเฉิน ซัน" ชาวจีน ซุกคลังแสง ขณะนี้ รู้สึกตัวดี แต่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ และยังไม่สามารถถอดออกได้ ยังคงต้องให้สารอาหารเหลวผ่านสายยางทางจมูก ผลการตรวจปัสสาวะ ไม่พบสารเสพติดทุกประเภท คาดว่ากินยาประจำตัวเกินขนาด ก่อนถูกส่งตัวเข้าเรือนจำ

ตามที่กรมราชทัณฑ์ได้แจ้งรายละเอียดการรับตัวและอาการป่วยฉุกเฉินของ นายหมิงเฉิน ซัน อายุ 31 ปี (สัญชาติจีน) ผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดี ในความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนและวัตถุระเบิด เกิดอาการป่วยฉุกเฉินและเข้ารับการรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาลภายนอก เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา นั้น

กรมราชทัณฑ์ ขอเรียนให้ทราบว่า แพทย์โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ ชี้แจงลำดับเหตุการณ์ทางการแพทย์ เมื่อนายหมิงเฉิน ซัน ถึงโรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ (ณ วันที่ 11 พฤษภาคม 2569) แพทย์ได้ทำการรักษาเจาะเลือด เอกซเรย์ปอด และ ทำ CT ที่สมอง เพื่อหาความผิดปกติที่เกิดขึ้น แพทย์สันนิษฐานเบื้องต้นว่า ผู้ต้องขังได้รับประทานยาประจำตัวเกินขนาด แพทย์ได้ทำการใส่สายยางทางจมูก เพื่อล้างระบบทางเดินอาหาร โดยพบของเหลวสีฟ้า และได้ทำการฉีดยาต้านพิษ ส่งผลให้ผู้ต้องขังเริ่มขยับตัวและมีปฏิกิริยาตอบสนองดีขึ้น

อาการล่าสุดโดยรวม (ณ วันที่ 12 พฤษภาคม 2569) ผู้ต้องขังรู้สึกตัวดีและสามารถปฏิบัติตามคำสั่งทางการแพทย์ได้ แต่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ และยังไม่สามารถถอดออกได้ ส่วนการรับประทานอาหารยังคงต้องให้สารอาหารเหลวผ่านสายยางทางจมูก ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Lab) ผลตรวจสารเสพติด ผลการตรวจปัสสาวะ ไม่พบสารเสพติดทุกประเภท ทางโรงพยาบาลได้ส่งตัวอย่างเลือดไปตรวจวิเคราะห์โดยละเอียดทางห้องปฏิบัติการ เพื่อตรวจกลุ่มสาร alcohol ,Benzodiazepine ,ยาฆ่าแมลง เป็นต้น คาดว่าจะทราบผลอย่างเป็นทางการภายในวันศุกร์นี้หรือสัปดาห์หน้า

ทั้งนี้ กรณีแพทย์โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ สันนิษฐานเบื้องต้นว่า ผู้ต้องขังได้รับประทานยาประจำตัวเกินขนาด คาดว่านายหมิงเฉิน ซัน ได้รับประทานยาประจำตัวเกินขนาดมาก่อนที่จะถูกส่งตัวมาควบคุม ณ เรือนจำพิเศษพัทยา เนื่องจากขณะเกิดอาการอยู่ระหว่างกระบวนการรับตัวภายในเรือนจำเพียง 2 ชั่วโมงก่อนส่งรักษาโรงพยาบาลภายนอก ประกอบกับเรือนจำมีมาตรการห้ามนำยารักษาโรคทุกชนิดเข้าสู่ภายในเรือนจำอย่างเด็ดขาด เว้นแต่จะผ่านการตรวจสอบและได้รับอนุญาตจากแพทย์หรือพยาบาลวิชาชีพประจำเรือนจำเท่านั้น

กรมราชทัณฑ์ได้ดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยเรือนจำพิเศษพัทยาได้ยกระดับมาตรการควบคุมตัวขั้นสูงสุด โดยจัดเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เฝ้าตรวจตราอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งประสานขอกำลังสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางละมุง และหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (นปพ.) กองบังคับการตำรวจภูธรภาค 2 ร่วมปฏิบัติภารกิจตรึงกำลังรักษาความปลอดภัยโดยรอบพื้นที่โรงพยาบาลตลอด 24 ชั่วโมง กรมราชทัณฑ์   ขอยืนยันว่า ได้ดำเนินการควบคุมดูแลผู้ต้องขังรายดังกล่าวให้เป็นไปตามมาตรฐานการควบคุม และการรักษาพยาบาลตามหลักมนุษยธรรมและสากลทุกประการ

6a040b9ca612f6.60250862.jpg

ข่าวที่เกี่ยวข้อง