โฆษก ทบ. ชี้กัมพูชาเล่นเกมยั่วยุชายแดน ล่อให้ไทยตอบโต้

โฆษก ทบ. ชี้กัมพูชาเล่นเกมยั่วยุชายแดน ล่อให้ไทยตอบโต้

View icon 37
วันที่ 14 พ.ค. 2569 | 12.20 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
โฆษก ทบ.ชี้กัมพูชายังเล่นเกมยั่วยุชายแดน ยิงปืนป่วนรายวัน หวังไทยตอบโต้สร้างเป็นประเด็นยิงก่อน ยันยังไม่พบสัญญาณใช้อาวุธหนัก ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก

วันนี้ (14 พ.ค.69) พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยกรณีทหารกัมพูชายิงอาวุธปืนเล็กจากฝั่งกัมพูชาตลอดแนวพื้นที่บ้านโอร์เสม็ด ตรงข้ามด่านชายแดนช่องจอม อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ รวม 11 นัด ว่า ผู้บังคับบัญชาระดับสูง รวมถึงรัฐบาลกัมพูชา มักพูดอย่างหนึ่ง แต่การปฏิบัติในพื้นที่กลับเป็นอีกแบบหนึ่ง

พล.ต.วินธัย ระบุว่า นับตั้งแต่มีการหยุดยิง ยังคงได้ยินเสียงการยิงด้วยอาวุธปืนมาอย่างต่อเนื่อง บางครั้งเป็นเสียงระเบิด ซึ่งมองว่าเป็นพฤติกรรมยั่วยุ แต่ยืนยันว่าไม่ได้มุ่งทำลายชีวิตหรือทรัพย์สินของประชาชนและกำลังพลไทย เพียงแต่สร้างความรำคาญและความตึงเครียดในพื้นที่ชายแดน

“ช่วงต้นปีที่ผ่านมาเกิดเหตุลักษณะนี้หลายครั้ง เชื่อว่าเหตุการณ์ไม่ได้เพิ่งเกิดเฉพาะครั้งนี้ที่เป็นข่าว แต่เกิดขึ้นต่อเนื่องตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งกองกำลังในพื้นที่ได้รายงานข้อมูลเข้ามาโดยตลอด” โฆษกกองทัพบก กล่าว พร้อมประเมินว่าสาเหตุหลักมาจากการขาดวินัยของทหารกัมพูชา ขณะเดียวกันบางกรณียังมีเจตนายั่วยุ เพื่อให้ฝ่ายไทยใช้อาวุธตอบโต้ ก่อนนำไปขยายผลกล่าวหาว่าไทยเป็นฝ่ายเปิดฉากใช้อาวุธก่อน

พล.ต.วินธัย กล่าวอีกว่า บางครั้งฝ่ายกัมพูชาพยายามพาบุคคลหรือสื่อมวลชนต่างชาติ โดยเฉพาะอินฟูฯ เข้ามาใกล้พื้นที่หวงห้าม เมื่อทหารไทยยิงเตือนตามขั้นตอน กลับนำภาพหรือข้อมูลไปเผยแพร่ว่าไทยเป็นฝ่ายใช้อาวุธก่อน ซึ่งกองทัพไทยรับรู้และรู้เท่าทันวิธีการดังกล่าวแล้ว

โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ภาพรวมสถานการณ์ขณะนี้ กัมพูชายังคงให้น้ำหนักกับ “สนามรบข้อมูลข่าวสาร” มากกว่าการปะทะกันทางทหาร เห็นได้จากทุกครั้งที่เกิดเหตุ ผู้นำหรือโฆษกกองทัพกัมพูชา มักรีบออกมาปฏิเสธข้อเท็จจริง ทำให้สะท้อนถึงปัญหาการสื่อสารและสายการบังคับบัญชาระหว่างระดับนโยบายกับหน่วยปฏิบัติในพื้นที่

เมื่อถามว่าหากเกิดเหตุยิงเข้ามาจริง แต่ฝ่ายกัมพูชายังคงปฏิเสธ ไทยจะรับมืออย่างไร พล.ต.วินธัย กล่าวว่า หากการใช้อาวุธส่งผลกระทบเข้ามาในพื้นที่ฝั่งไทย ฝ่ายไทยพร้อมตอบโต้ทันที โดยขึ้นอยู่กับดุลพินิจของหน่วยรับผิดชอบในแต่ละพื้นที่ เนื่องจากบริบทและความสัมพันธ์ในพื้นที่แตกต่างกัน

ส่วนกรณีประชาชนตามแนวชายแดนเกิดความวิตก โฆษกกองทัพบกย้ำว่า เหตุยิงที่เกิดขึ้นเป็นลักษณะ “ยิงยั่วยุ” ยังไม่ส่งผลต่อชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน ขอให้ประชาชนติดตามการแจ้งเตือนจากกลไกทางราชการ เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือฝ่ายปกครองในพื้นที่ หากยังไม่มีสัญญาณเตือน ก็สามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ

“ยืนยันว่ากองทัพไม่ได้นิ่งนอนใจ และยังติดตามสถานการณ์วันต่อวัน สัปดาห์ต่อสัปดาห์ แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีข้อมูลบ่งชี้ว่าจะยกระดับไปสู่การใช้อาวุธหนักต่อกัน จึงเหลือเพียงสนามการสื่อสารที่ฝ่ายกัมพูชายังคงใช้เป็นหลัก” พล.ต.วินธัย กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง