ปัสสาวะปนเลือด โดยไม่มีอาการเจ็บปวดยิ่งเสี่ยง "มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ" ผู้ป่วยรายใหม่เฉลี่ยวันละ 7 คน แม้พบในเพศชายมากกว่า แต่ผู้หญิงมักได้รับการวินิจฉัยล่าช้า เพราะคิดว่ากระเพาะปัสสาวะอักเสบ
ปัสสาวะปนเลือด สัญญาณเตือนโรคร้าย วันนี้ (14 พ.ค.69) นายแพทย์สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ เป็นหนึ่งในมะเร็งที่พบได้บ่อยและเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ โดยพบว่ามีผู้ป่วยรายใหม่ เฉลี่ยวันละ 7 คน หรือปีละ 3,217 คน ส่วนมากพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง อาการปัสสาวะปนเลือดแบบไม่มีอาการปวดร่วมด้วย คือสัญญาณเตือนที่สำคัญที่สุดของมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ โดยพบได้ถึง 85% ของผู้ป่วยที่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ อาการเลือดออกนั้น อาจเป็น ๆ หาย ๆ ดังนั้นแม้เลือดจะหยุดไหลไปแล้ว หรือการตรวจปัสสาวะซ้ำในภายหลังจะไม่พบความผิดปกติ ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจและควรไปปรึกษาแพทย์เสมอ
ใครบ้างที่มีความเสี่ยงมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ เรืออากาศเอกนายแพทย์สมชาย ธนะสิทธิชัย ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ บอกว่า การสูบบุหรี่เป็นสาเหตุอันดับ 1 ที่ทำให้เกิดมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ (30-40% ของผู้ป่วยทั้งหมด) ผู้ที่สูบบุหรี่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 2-3 เท่า เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่สูบ รวมถึงสารก่อมะเร็งในบุหรี่ไฟฟ้า ผู้ที่ทำงานสัมผัสสารเคมี ได้แก่ กลุ่มอาชีพที่ต้องสัมผัสสารเคมี สีย้อมผ้า อุตสาหกรรมยางและเครื่องหนัง ช่างทาสี รวมถึงช่างทำผม
อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงมักได้รับการวินิจฉัยล่าช้า เนื่องจากมักคิดว่าเกิดจากการติดเชื้อกระเพาะปัสสาวะอักเสบธรรมดา ทำให้เมื่อตรวจพบโรค มักอยู่ในระยะที่รุนแรงกว่า และการอักเสบเรื้อรัง ผู้ที่มีการติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะซ้ำซาก มีนิ่วในกระเพาะปัสสาวะหรือต้องใส่สายสวนปัสสาวะทิ้งไว้เป็นเวลานานจนเกิดการระคายเคืองเรื้อรัง จะเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งกระเพาะปัสสาวะบางชนิด
นายแพทย์จิรายุส ไมตรีสถิต แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์มะเร็งทางเดินปัสสาวะ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า การส่องกล้องตรวจกระเพาะปัสสาวะ เป็นวิธีมาตรฐานที่ดีและแม่นยำที่สุด แพทย์จะใช้กล้องขนาดเล็กสอดผ่านท่อปัสสาวะเพื่อดูรอยโรคภายใน หากพบเนื้องอกสามารถตัดชิ้นเนื้อไปตรวจทางพยาธิวิทยาได้ทันที และการตรวจหาเซลล์มะเร็งในปัสสาวะ นำปัสสาวะไปส่องกล้องจุลทรรศน์เพื่อหาเซลล์ที่ผิดปกติ
แนวทางการรักษา เมื่อชิ้นเนื้อยืนยันว่าเป็นมะเร็งกระเพาะปัสสาวะจะขึ้นอยู่กับระยะของโรคโดยสามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัดส่องกล้องผ่านท่อปัสสาวะเพื่อขูดเนื้องอกออก หรือการผ่าตัดนำกระเพาะปัสสาวะออกทั้งหมด ร่วมกับการให้ยาเคมีบำบัดก่อนผ่าตัด เพื่อเพิ่มโอกาสหายหรือรอดชีวิต ในบางกรณีที่ผู้ป่วยไม่พร้อมผ่าตัด อาจใช้การรักษาร่วมระหว่างการขูดเนื้องอก การฉายรังสี และการให้ยาเคมีบำบัดเพื่อรักษากระเพาะปัสสาวะไว้
หากปัสสาวะปนเลือดโดยไม่มีอาการเจ็บปวด เพียงครั้งเดียวควรรีบปรึกษาแพทย์โดยเร็ว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยเฉพาะการเลิกสูบบุหรี่ เป็นสิ่งสำคัญที่สุด