เช้านี้ที่หมอชิต - หนุ่มหึงโหดพลั้งมือทำร้ายหญิงคนสนิทจนเสียชีวิต จากนั้นอุ้มศพขึ้นรถเก๋งหายไปข้ามคืน ก่อนติดต่อหาภรรยาให้พามามอบตัว
กล้องวงจรปิดภายในแมนชัน อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี บันทึกภาพขณะ นายวินัย อายุ 42 ปี อุ้มร่างของ นางสาวจอย อายุ 44 ปี หญิงคนสนิทออกจากห้องพักเมื่อช่วง 15.30 น. วันที่ 13 พฤษภาคม พาขึ้นรถเก๋ง ขับหายออกไปข้ามวัน
จนช่วง 09.30 น. วานนี้ (14 พ.ค.) นางสาวนก ภรรยาของนายวินัย นั่งรถเก๋งอีกคันขับนำหน้าพา นายวินัย พร้อมกับศพของนางสาวจอย เข้ามอบตัวที่ตำรวจ สภ.บางบัวทอง
ตำรวจคุมตัว นายวินัย ลงจากรถ ตรวจสอบที่เบาะข้างคนขับ พบร่างนางสาวจอย ห่มผ้าเบ้าตาขวา และแขนซ้ายมีรอเขียวช้ำอย่างหนัก
ตำรวจนำตัว นายวินัย ไปชี้จุดเกิดเหตุ บอกว่า ผู้ตายเป็นหญิงคนสนิท คบหากันประมาณ 1 ปี ปมเหตุเกิดจากความหึงหวง จับได้ว่าฝ่ายหญิงแอบนอกใจ ทะเลาะกันมาแล้ว 2-3 ครั้ง
และคืนวันที่ 12 พฤษภาคม ได้ไปดื่มกินที่ร้านอาหารพร้อมญาติฝ่ายหญิง ขณะเมาเหล้าทั้งคู่ มีปากเสียงท้าทายกัน ตนตบฝ่ายหญิงไป 1ครั้ง จากนั้นกลับมายังห้องพัก
เมื่อฝ่ายหญิงตามกลับมาที่ห้องภายหลัง เกิดบันดาลโทสะ พลั้งมือทำร้ายอีกรอบ รุ่งเช้าก็ออกไปขับรถรับผ่านแอปฯ ตามปกติ เมื่อกลับมาช่วงบ่าย (13 พ.ค.) เห็นฝ่ายหญิงเสียชีวิต จึงอุ้มร่างขึ้นรถขับออกไปเรื่อย ๆ จากนั้นก็โทร.ปรึกษาภรรยา ให้ไปมอบตัว เจ้าตัวกล่าวขอโทษผู้ตาย และครอบครัว พร้อมบอกว่า หากย้อนไปได้จะไม่ทำแบบนี้
นางสาวนก ภรรยาของนายวินัย บอกว่า คบหากับ นายวินัย มานาน 1 ปี 7 เดือน รู้ตลอดว่าเขาคบหากัน ก่อนจะเกิดเหตุสามีโทร.มาหาบอกว่าทะเลาะกับนางสาวจอย จึงเตือนสติให้ใจเย็น จากนั้นสามีโทร.ไปบอกว่า ฝ่ายหญิงหมดสติ จึงแนะนำให้เรียกรถพยาบาล พร้อมรีบไปหาสามีที่แมนชัน สามีไม่ยอมให้ขึ้นไปที่ห้องพัก อ้างว่าฝ่ายหญิงฟื้นแล้ว เดี๋ยวจะพาไปโรงพยาบาลเอง
เธอไม่สบายใจ จึงไปปรึกษาเพื่อน จากนั้นก็เดินทางมาลงบันทึกประจำวันเอาไว้ เพราะกลัวว่าหากเกิดเหตุร้าย จะถูกกล่าวหาว่ามีส่วนรู้เห็นกับคดี กระทั่ง 08.00 น. สามีติดต่อมาอีกรอบ จึงพาไปเข้ามอบตัว
ครอบครัวของผู้เสียชีวิต เดินทางมาให้ปากคำตำรวจ ทันทีที่เห็นเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน กำลังตรวจสอบรถเก๋งสีบรอนซ์เงิน ซึ่งเป็นรถของผู้เสียชีวิต พากันร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ
น้าผู้เสียชีวิต บอกว่า ช่วงประมาณ 3-4 เดือนที่ผ่านมา หลานสาวพยายามตีตัวออกหาก ขอเลิกกับ นายวินัย เนื่องจากไปมีคนใหม่ แต่ฝ่ายชายไม่ยอมเลิก เกิดความหึงหวง จนนำไปสู่การทำร้ายร่างกายกันมาแล้วหลายครั้ง
แต่ที่รับไม่ได้ก็คือเหตุการณ์วันที่ 12 พฤษภาคม ขณะที่หลานสาวกินข้าวที่ร้านอาหาร นายวินัย ตามมาด้วยอารมณ์โกรธ เธอจึงพยายามห้าม ไล่ให้ นายวินัย ไปสงบสติ นายวินัย ยอมเดินกลับไปที่รถ ไม่นานเดินย้อนกลับมาตบใบหน้าหลานสาวอย่างแรง 2 ครั้ง จนใบหน้าและดวงตาแดงช้ำ นายวินัย ยังได้โทร.มาข่มขู่ ให้หลานสาวรีบกลับไปที่แมนชัน มิเช่นนั้นจะบุกมาถล่มร้าน
ทำให้หลานสาวจำใจเดินทางออกจากร้านไป จากนั้นครอบครัวไม่สามารถติดต่อทั้งคู่ได้อีกเลย พร้อมขอยืนยันจะดำเนินคดีกับ นายวินัย ให้ถึงที่สุด แม้อีกฝ่ายจะอ้างว่าเป็นการบันดาลโทสะ
ในเบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อหา นายวินัย ฐานฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา ส่วนข้อหาอื่นอยู่ระหว่างขยายผลเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม