ทลายแหล่งผลิตสบู่ก้อนรีไซเคิล ปั๊มมือ คาบ้าน สวมเลขจดแจ้งส่งขายออนไลน์ ยึดของกลางกว่า 100,000 ชิ้น

ทลายแหล่งผลิตสบู่ก้อนรีไซเคิล ปั๊มมือ คาบ้าน สวมเลขจดแจ้งส่งขายออนไลน์ ยึดของกลางกว่า 100,000 ชิ้น

View icon 24
วันที่ 15 พ.ค. 2569 | 10.52 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วันนี้ (15 พ.ค. 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์  เชาวนาศัย ผบช.ก.,         พล.ต.ต.โสภณ  สารพัฒน์, พล.ต.ต.ศารุติ  แขวงโสภา รอง ผบช.ก., เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคบ. โดยการสั่งการของ พล.ต.ต.คงกฤช  เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.อนุวัฒน์  รักษ์เจริญ, พ.ต.อ.ชัฏฐ  นากแก้ว,     พ.ต.อ.สำเริง  อำพรรณทอง, พ.ต.อ.พัฒนพงศ์  ศรีพิณเพราะ รอง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.วีระพงษ์  คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ.

ทลายแหล่งผลิตสบู่ก้อนโดยนำเศษสบู่ปั๊มใหม่ ส่งขายออนไลน์ ตรวจยึดของกลาง จำนวน 48 รายการ รวมกว่า 115,380 ชิ้น มูลค่ากว่า 300,000 บาท

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดตรวจยึด นำโดย พ.ต.ท.หญิง อนุสรา  บัวแดง สว.กก.4 บก.ปคบ. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ.

สืบเนื่องจากปัจจุบัน ผู้บริโภคมีความนิยมซื้อเครื่องสำอางผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อหวังผลลัพธ์ให้ผิวขาวกระจ่างใส และรักษาฝ้า แต่ปรากฏว่าเมื่อนำมาใช้แล้วเกิดอาการแพ้ ผิวหน้าอักเสบ และเกิดฝ้าถาวรมากขึ้น

กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค จึงมีมาตรการในการเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ผลิตโดยไม่ได้มาตรฐานและผสมสารต้องห้ามอย่างต่อเนื่อง

เพื่อป้องกันการนำสารต้องห้ามผสมในการผลิตเครื่องสำอาง เช่น ปรอท สารโฮโดรควินิน กรดเรโนเทอิก และสเตียรอยด์ ซึ่งหากใช้แล้วอาจก่อให้เกิดอาการแพ้ ผิวบางลง ผิวหน้าดำ เกิดเป็นฝ้าถาวร เพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนัง

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ได้สืบสวนทราบว่ามีบ้านพักแห่งหนึ่ง ลักลอบผลิตสบู่ก้อนจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ในราคาถูกกว่าท้องตลาด โดยอ้างสรรพคุณ เช่น เกิดมาเพื่อฆ่าความสกปรก, ระเบิดขี้ไคล, สบู่สมุนไพร 100%, ลดหน้ามัน สิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ เป็นต้น

ต่อมาวันที่ (14 พ.ค. 69) ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ได้นำหมายค้นของศาลแขวงบางบอน เข้าตรวจค้นบ้านพักแห่งหนึ่ง ในซอยพุทธมณฑลสาย 2 แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร พบ น.ส.นงนาฏย์ อายุ 45 ปี เป็นผู้นำตรวจค้น จากการตรวจสอบพบว่าสถานที่ดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาตให้ผลิตเครื่องสำอางแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจยึดของกลาง ดังนี้

ผลิตภัณฑ์สบู่ก้อนสำเร็จรูป จำนวน 55,279 ชิ้น
ผลิตภัณฑ์สบู่เหลว จำนวน 17 ชิ้น
วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตโดยเป็นเศษสบู่ก้อน คละสี จำนวน 1,000 กิโลกรัม
วัสดุอุปกรณ์ และเครื่องจักรสำหรับการผลิต ได้แก่

4.1.​ สติ๊กเกอร์แปะฉลาก  จำนวน 20,000 ดวง
4.2. เครื่องปั๊มก้อนสบู่แบบพวงมาลัย จำนวน 4 เครื่อง
4.3. เกรียงสแตนเลส   จำนวน 4 ชิ้น
4.4. เครื่องซีลถุงสบู่   จำนวน 2 เครื่อง
4.5. บล็อกซิลิโคน แม่พิมพ์สบู่ คละสี จำนวน 30 ชิ้น
4.6. ไม้พายกวนสบู่   จำนวน 2 ชิ้น
4.7. ถุงพลาสติกใส สำหรับบรรจุสบู่ จำนวน 40,000 ใบ
4.8. เลื่อยฉลุสำหรับตัดสบู่  จำนวน 2 ตัว
4.9. กล่องลังลูกฟูก   จำนวน 40 ใบ

รวมตรวจยึดผลิตภัณฑ์สบู่ก้อน จำนวน 55,279 ชิ้น, สบู่เหลว จำนวน 17 ชิ้น, เศษสบู่ก้อน จำนวน 1,000 กิโลกรัม, เครื่องจักร และอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต จำนวน 60,084 ชิ้น รวมของกลางทั้งสิ้นจำนวน 115,380 ชิ้น มูลค่ากว่า 300,000 บาท

จากการสอบถาม น.ส.นงนาฏย์  เล่าว่า ได้เริ่มรับสบู่จากโรงงานมาขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ต่อมายอดขายดีจนโรงงานผลิตไม่ทัน และมีต้นทุนสูง จึงสั่งซื้อเศษสบู่จากโรงงานต่าง ๆ แถวปริมณฑล ราคากิโลกรัมละ 30-40 บาท มาปั๊มขายเป็นก้อนใหม่ออกจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ราคาก้อนละ 4-10 บาท ภายในบ้านพักด้วยมือมนุษย์ และใช้อุปกรณ์การผลิตที่ไม่มีสุขอนามัย เป็นกลิ่นต่าง ๆ จำนวน 12 กลิ่น เช่น ผลไม้รวม ส้ม มะนาว แตงโม ฯลฯ

โดย น.ส.นงนาฏย์ อ้างว่าศึกษาวิธีการผลิตสบู่ก้อนด้วยตนเองผ่านยูทูป แล้วนำมาทดลองผลิตและจำหน่ายตามแพลตฟอร์มออนไลน์ ​​ส่วนผลิตภัณฑ์สบู่เหลวผู้ขายจะนำเศษสบู่ผสมน้ำเกลือแล้วบรรจุใส่ขวดก่อนนำออกจำหน่าย

ซึ่งเศษสบู่ 1 กิโลกรัม จะสามารถผลิตสบู่ก้อนได้ประมาณ 10-30 ก้อน มีกำลังการผลิตวันละประมาณ 1,000 ก้อน มียอดสั่งซื้อวันละ 700 – 800 ออร์เดอร์ รายได้ประมาณเดือนละ 50,000 บาท โดยทำมาแล้วประมาณ 1 ปี

จากการตรวจสอบ ผลิตภัณฑ์บางรายการมีการนำเลขจดแจ้งของผลิตภัณฑ์ที่สิ้นอายุแล้วมาแสดงบนฉลากผลิตภัณฑ์สบู่ของตนเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ ซึ่งเข้าข่ายเป็นการผลิตเครื่องสำอางปลอม โดยตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่ตรวจยึด พนักงานสอบสวนจะส่งผลิตภัณฑ์ตรวจพิสูจน์กับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

หากพบวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง จะเป็นความผิดเพิ่มเติมตาม พ.ร.บ. เครื่องสำอาง ฐาน “ผลิตและขายเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยในการใช้” ผู้ผลิตระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และผู้ขายระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2558

1. ฐาน “ผลิตเครื่องสำอางปลอมฝ่าฝืนมาตรา 27(2) ประกอบมาตรา 29 (4) โดยเป็นเครื่องสำอางที่แสดงว่าเป็นเครื่องสำอางที่ได้จดแจ้งไว้ซึ่งมิใช่ความจริง” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีหรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

2. ฐาน “ผลิตเครื่องสำอางที่มิได้จดแจ้ง” ระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

3. ฐาน “ขายเครื่องสำอางปลอม” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

4. ฐาน “ขายเครื่องสำอางที่มิได้จดแจ้ง” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 เดือนหรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง