อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ จี้ กกร.ส่งหลักฐาน ที่มาข้อมูลกล่าวหากรมควบคุมมลพิษ รับสินบนสูงสุด

อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ จี้ กกร.ส่งหลักฐาน ที่มาข้อมูลกล่าวหากรมควบคุมมลพิษ รับสินบนสูงสุด

View icon 133
วันที่ 15 พ.ค. 2569 | 11.34 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ยัน เป็นองค์กรแห่งความโปร่งใส หลังผลสำรวจ กกร. ระบุ เป็นหน่วยงานที่รับสินบนสูงสุดอันดับ 1 จี้ กกร. ชี้แจงข้อมูลที่กล่าวหา ว่ามีที่มาอย่างไร พร้อมขอให้ส่งเอกสารหลักฐาน ให้ คพ.ทราบภายใน 7 วัน 

วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ พร้อมด้วยรองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ นายธนัญชัย วรรณสุข นายจิระพงษ์ คูหากาญจน์ และนายธีระพงษ์ วิมลจิตรานนท์ ร่วมแถลงข่าวและนำคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่แสดงพลัง คพ.ยืนยันยึดมั่น “องค์กรแห่งความโปร่งใส” การปฏิบัติงานไม่มีช่องทางหรือกลไกใด ๆ ที่เอื้อต่อการเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ ดำเนินงานด้วยความซื่อสัตย์ ตรวจสอบได้ และคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ

ตามที่คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วยสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และหอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย  โดยคณะทำงาน Zero Corruption: กกร. และเพื่อนไม่ทน เปิดเผยผล “การสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใส ในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ” โดยสำรวจตัวอย่างผู้บริหารและตัวแทนภาคธุรกิจ จำนวน 401 ราย ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 10 เมษายน 2569 พบว่า ปัญหาคอร์รัปชันยังคงเป็นวิกฤตเชิงโครงสร้างที่บั่นทอนสภาพแวดล้อมทางธุรกิจของไทยอย่างรุนแรง โดยผลการสำรวจมีการพาดพิงว่า กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เป็นหน่วยงานที่มีมูลค่าสินบนสูงสุดเป็นอันดับหนึ่ง ที่เสนอให้ต่อครั้ง จำนวน 102,160 บาท นั้น

รับชมไลฟ์แถลงข่าว กรมควบคุมมลพิษ แถลงด่วน! หลังผลสำรวจจากภาคเอกชนพบเป็น "หน่วยงานรัฐรับสินบนสูง"

นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ระบุว่า หลังจากได้ทราบข่าวเมื่อวานนี้ ได้มีการประชุมผู้บริหารด่วนในกรมควบคุมมลพิษ มีมติว่า 2 เรื่อง คือ
1.ทำหนังสือเปิดผนึก ถึงคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน กกร. เพื่อขอทราบข้อมูลผลสำรวจความคิดเห็นดังกล่าว ซึ่งหนังสือเปิดผนึก ส่งถึงทุกท่านแล้ว เมื่อเช้าที่ผ่านมา
2.กรมควบคุมมลพิษ ยืนยัน ที่จะให้ตนเองแถลงข่าว เพื่อชี้แจง เนื่องจากเรื่องดังกล่าว มีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน เพราะเราเป็นคนที่ดูแลเรื่องการดูแลการจัดการมลพิษทั่วประเทศ

อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวต่อว่า ขออธิบายบทบาทของกรมมลพิษสั้น ๆ กรมควบคุมมลพิษ เป็นกรมวิชาการทำหน้าที่ตรวจสอบประเมินตามหลักวิชาการ กรมควบคุมมลพิษ มิได้มีอำนาจในการอนุมัติหรืออนุญาตหน่วยงานเอกชนใด ๆ ที่จะเป็นช่องทางในการเอื้อต่อการรับผลประโยชน์ อย่างเช่น การแก้ไขปัญหากรณีมลพิษข้ามแดน ที่ แม่น้ำกก-สาย แม่น้ำโขง แม่น้ำสารระวิน กรมควบคุมมลพิษ เป็นหน่วยงานที่อยู่เคียงข้างประชาชน  เพราะเขามีความไม่สบายใจเกี่ยวกับผลของการตรวจสอบแหล่งน้ำ เราเป็นกรมที่ผมยืนยันได้เลยว่า เป็นกรมที่เข้าพื้นที่แม่น้ำต่าง ๆ มากที่สุดในประเทศไทย "กรมควบคุมมลพิษ เป็นกรมที่อยู่ข้างพี่น้องประชาชน แต่การอยู่ข้างพี่น้องประชาชน เราอาจจะไม่อยู่ข้างคนบางคนก็ได้"

ตนเองเป็นหนึ่งในคนที่ทำงานวิจัย และเข้าใจงานวิจัยเป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นสิ่งที่ตนเองฟังทาง กกร.พูด เมื่อวาน ตนเองมีข้อสงสัย โดยเฉพาะกระบวนการเก็บข้อมูล ว่า กกร.ใช้อะไรในการเก็บข้อมูล เลือกกลุ่มตัวอย่างอย่างไร หรือ แค่ใช้ Google Document ในการส่งให้คนต่าง ๆ กรอกข้อมูล และ กกร.สรุปเองว่านี่คือ ขนาดกลุ่มตัวอย่างที่เหมาะสม และผู้ที่ตอบเป็นผู้ที่รับประสบการณ์ตรงกับกรมควบคุมมลพิษ หรือ เป็นบุคคลที่สาม กกร.ระบุหน่วยงานถูกต้องหรือไม่ เพราะหลายครั้งหน่วยงานที่พูดไป เป็นหน่วยงานอื่นมิใช่กรมควบคุมมลพิษ หรือบางครั้งเราลงพื้นที่ไปเขาก็ไม่ได้บอกว่าเป็นหน่วยงานกรมควบคุมมลพิษ

"การที่จะทำอะไรจริงจังสักเรื่องที่มีผลกระทบต่อทุกคน เราจะต้องมั่นใจว่าการกระทำนั้น เราตรวจสอบซ้ำแล้วซ้ำอีก ตนเองย้อนกลับไปถามที่ทาง กกร.กล่าวพาดพิงกรมควบคุมมลพิษ เมื่อวานว่า กกร.มีการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูลอย่างไร ก่อนที่จะนำมาพูดและกล่าวอ้างพาดพิงกรมควบคุมมลพิษเช่นนั้น"

ขั้นตอนการบังคับใช้กฎหมายกรมควบคุมมลพิษ ทำเพื่อการแก้ไขไม่ใช่การปรับ อย่างเช่น การตรวจสอบน้ำทิ้งที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยเริ่มจากขั้นตอนที่ 1 การเข้าตรวจสอบ หากพบไม่ได้มาตรฐาน จะให้ระยะเวลาแก้ไข 90-120 วัน หลังจากนั้นจะเข้าไปตรวจสอบซ้ำ ซึ่งขั้นตอนนี้ก็ไม่มีการเรียกค่าปรับใดๆ สว่นการปรับจะเกินขึ้น หลังจากที่ครบระยะเวลาการแก้ไขแล้วผู้ประกอบการไม่แก้ไข และความจริงทางกฎหมายค่าปรับรายวันทั่วไป 2,000 บาทต่อวันค่าปรับกรณีทั่วไป 15,000 บาท ถึง 30,000 บาท , ค่าปรับสูงสุดแหล่งกำเนิดขนาดใหญ่สุดไม่เกิน 60,000 บาท ซึ่งเป็นไปได้ยากทางตรรกะ ที่เอกชนจะยอมจ่ายเงินกว่า 100,000 บาท ตามที่ กกร.อ้าง เพื่อแลกกับการหลีกเลี่ยงค่าปรับรายวันหลักพัน หรือค่าปรับสูงสุดที่ต่ำกว่ามูลค่าสินบนเกือบครึ่ง  อีกทั้ง เงินค่าปรับ ไม่ได้เข้ากระเป๋ากรมควบคุมมลพิษ แต่เงินค่าปรับเข้างบประมาณแผ่นดิน เข้ากระทรวงการคลัง

ด้วยเหตุผลต่างๆที่กล่าวทั้งหมด จึงได้ทำหนังสือไปทางคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน กกร. เพื่อขอข้อมูลประกอบและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงชี้แจงกระบวนการวิเคราะห์ และตรวจสอบข้อมูล โดยเฉพาะวิธีจำแนกกลุ่มตัวอย่าง เกณฑ์การคัดเลือกผู้ตอบแบบสอบถาม และวิธีการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล ให้กรมควบคุมมลพิษ ทราบภายใน 7 วัน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง

อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ระบุอีกว่า หากมีการลงพื้นที่ไปตรวจโรงงาน อย่างเช่น โรงงานบำบัดน้ำเสีย จะเข้าตรวจสอบพร้อมอุตสาหกรรมจังหวัด และ อุตสาหกรรมจังหวัด จะเป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย กรมควบคุมมลพิษ ไม่มีอำนาจในการพักใช้อนุญาต หรือปิดโรงงาน หน้าที่นั้นเป็นของผู้ที่ถือกฏหมายตัวนั้นคือ กรมโรงงาน

ผมจะทำหนังสือติดตามผลและผมจะขอเข้าพบกับผู้ที่เกี่ยวข้องเองด้วย อันนี้เป็นเรื่องที่ผมชักช้าไม่ได้ เพราะว่ามันเป็นเรื่องของศักดิ์ศรีของกรมควบคุมมลพิษ ไม่ปล่อยผ่านแน่นอน เพราะวานนี้ ผู้สื่อข่าวทุกช่อง หนังสือพิมพ์ทุกช่อง ลงข่าวว่ากรมควบคุมมลพิษ ติดสินบนอันดับหนึ่ง 100,000 กว่าบาท ตนเองฟังตลอดแล้วไม่สบายใจ แต่อย่างที่ชี้แจงว่า ก็ก็ว่าไปตามถูกผิดก็ว่าไปตามผิด ตนเองยินดีจัดการ ไม่ช้าแน่นอน แต่ถ้าข้อมูลไม่ใช่ กกร.ต้องออกมาชี้แจง แบบที่ตนเองแถลงพูดความจริง "ท่านกล้าพูดเมื่อวาน ท่านก็ต้องกล้าพูดต่อ ผมกล้าสู้นะครับ ผมไม่กลัวใคร"

"ขอความกรุณาท่านไปพิจารณาข้อมูล แล้วกรุณาส่งกลับให้ผมภายใน 7 วัน ผมยืนยันว่า ผมจะดำเนินการโดยเร็วที่สุด และผมกัดไม่ปล่อยเรื่องนี้ครับ ผมเอาจริง"

อย่างไรก็ตาม ตนเองขอชี้แจงว่า การที่ กรร.ทำเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดี การทำพวกนี้คือการทำให้การทุจริตน้อยลง แต่ว่าการที่ กกร.พาดพิง เราก็เป็นเรื่องที่ตนเองก็ต้องการพิสูจน์ข้อเท็จจริงเช่นกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง