เร่งรวบรวมข้อเท็จจริงคดี "หมิงเฉิน"

View icon 6
วันที่ 15 พ.ค. 2569 | 11.25 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - ใกล้จะครบ 1 สัปดาห์แล้ว กับการจับกุม "หมิงเฉิน" ชายชาวจีน ที่ถูกดำเนินคดีเพราะครอบครองอาวุธปืน อาวุธสงคราม และวัตถุระเบิดผิดกฎหมาย ก็ค่อย ๆ มีข้อมูลหลุดออกมาเรื่อย ๆ เผยให้เห็นตัวตนเบื้องหลังว่าเขาเป็นใคร และนอกจากคดีที่ถูกจับกุม ยังมีคดีอะไรอีกที่ต้องถูกดำเนินคดี

จากคำยืนยันของ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่า "นายหมิงเฉิน" เป็น "บอสชาวจีน" เชื่อมโยงกลุ่มสแกมเมอร์ในประเทศกัมพูชา และมีคดีที่เครือข่ายของเขา เกี่ยวพันกับเหยื่อคนไทยจำนวนมาก ทำให้ ตำรวจไซเบอร์ ต้องไล่ตรวจสอบทุก case ID ที่เคยมีการแจ้งความออนไลน์ บัญชีการใช้เงินสกุลดิจิทัล "คริปโตเคอเรนซี" เพื่อหาข้อสรุปว่ามีกี่คดีที่จะต้องนำไปดำเนินคดีกับ "นายหมิงเฉิน"

จากเบาะแสที่ได้มาพบว่า ช่วงระหว่างวันที่ 2 กันยายน 2565 - 6 พฤษภาคม 2569 "นายหมิงเฉิน" ทำธุรกรรมทางการเงิน รวม 473 รายการ ผ่านบัญชีธนาคารแห่งหนึ่ง ตลอดช่วงเกือบ 4 ปี มีเงินเข้ารวมกว่า 40.5 ล้านบาท และเงินออกมากกว่าเล็กน้อย อยู่ที่กว่า 40.48 ล้านบาท

หนึ่งในนั้นเป็นคดีที่เกิดขึ้นในพื้นที่ สน.ดินแดง ที่มีข้อมูลว่า มีผู้เสียหายแจ้งความ แหล่งข่าวในกองบัญชาการตำรวจนครบาล ยอมรับว่าเรื่องนี้ต้องใช้เวลา เพราะต้องไล่ชื่อในแต่ละ case ID และเชื่อว่าไม่ได้มีแค่ที่นี่ที่เดียว จึงมีการไล่ตรวจสอบทุกโรงพักในพื้นที่ "นครบาล" เพื่อนำข้อมูลไปรวมกับที่ ตำรวจ บช.สอท. หรือตำรวจไซเบอร์ กำลังติดตามภาพรวมความเสียหาย

ส่วนเรื่องความคลางแคลงใจ ว่าอาวุธปืนสงคราม ที่เจอในบ้านเช่า จังหวัดชลบุรี จะหลุดมาจากกองทัพเรือ หรือไม่ เพราะผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม มีคนที่เป็นทหารเรืออยู่ด้วย สอบถามเรื่องนี้กับ พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เมื่อวานนี้ ได้รับการยืนยันว่า ไม่มีอาวุธของกองทัพเรือ หลุดออกไป และความผิดที่เกิดขึ้นก็เป็นพฤติกรรมส่วนบุคคล

อีกประเด็นที่กำลังไล่รื้อตรวจสอบกันขนานใหญ่ ก็คือการออกบัตรสีชมพูให้กับ "หมิงเฉิน" ที่พบว่าการทุจริตแบบนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่น่าจะทำมานานแล้ว ทำให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ก็อยู่เฉยไม่ได้ เรียกประชุมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือแนวทางการตรวจสอบ และติดตามความไม่ปกติในทุกพื้นที่รับผิดชอบ รวมถึงให้มีการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังช่วง 10 ปี เน้นไปที่บ้านที่มีประวัติการแจ้งย้ายเข้าออกบ่อยผิดปกติ และให้สำรวจจำนวนสมาชิกภายในครัวเรือนแต่ละหลัง ว่ามีจำนวนเกิน 10 คน หรือมีลักษณะผิดปกติหรือไม่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง