แสวง เปิดใจ ยึดหลักการจัดเลือกตั้ง แข่งขันต้องมีกติกา ทำตามใจฝ่ายไหนไม่ได้

แสวง เปิดใจ ยึดหลักการจัดเลือกตั้ง แข่งขันต้องมีกติกา ทำตามใจฝ่ายไหนไม่ได้

View icon 28
วันที่ 15 พ.ค. 2569 | 16.42 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
แสวง รับทราบประชาชนอยากปฏิรูปองค์กรอิสระ เข้าใจคนคาดหวังการจัดเลือกตั้ง ยัน แข่งขันต้องมีกติกา จัดเลือกตั้งต้องยึดหลักการ ทำตามใจฝ่ายไหนไม่ได้

วันนี้ (15 พ.ค.69) นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เปิดใจถึงการทำงานของ กกต. ว่า ทุกการเลือกตั้ง ตนอยากจะพูดคุยเรื่องคนคาดหวังกับ กกต. ซึ่งความคาดหวังทุกอย่าง กกต. ทราบดี ก่อนหน้านี้มีคนวิพากษ์วิจารณ์แสดงความเห็นเหมือนกับว่าต้องปฏิรูปองค์กรอิสระ จนช่วงการทำประชามติ มีการเอาการปฏิรูปองค์กรอิสระเป็นเงื่อนไขหนึ่งในการรณรงค์ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จริงๆ เป็นเรื่องดี แปลว่าประชาชนสนใจความเป็นไปของบ้านเมือง เห็นว่าบ้านเมืองควรจะมีการพัฒนาด้วยตัวของประชาชนเอง ทำอย่างไรให้ไปถึงเป้าหมายที่รัฐธรรมนูญได้ออกแบบไว้

นายแสวง กล่าวอีกว่า ส่วนมากประเด็นที่สังคมวิพากษ์วิจารณ์คือ กกต. เราไม่ยึดโยงกับประชาชน หรือตั้งคำถามว่า กกต. เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญออกแบบไว้หรือไม่ จริงๆ ความสำคัญหรือความจำเป็นขององค์กรอิสระ ไม่ได้อยู่เฉยๆ แล้วตั้งขึ้นมา ทั้งศาลรัฐธรรมนูญเอง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กกต. หรือผู้ตรวจการแผ่นดิน ทั้งหมดมีความจำเป็น มีที่มาที่ไป องค์กรอิสระพวกนี้ตั้งขึ้นมา เพราะระบบการเมืองที่ไม่สามารถตอบสนองต่อประชาชนได้ หรือการเมืองรูปแบบประชาธิปไตยแบบคลาสสิกมีข้อจำกัด

นายแสวง อธิบายว่า อย่างแรก คือข้อจำกัดในเรื่องประสิทธิภาพ โดยสังคมที่มีลักษณะซับซ้อนและมีกลุ่มผลประโยชน์มากมาย การจัดสรรผลประโยชน์ให้ไปทุกกลุ่มมีปัญหา อย่างที่สองคือความชอบธรรม ทั้งความชอบธรรมในเรื่องปริมาณ ซึ่งขณะนี้ ค่าเฉลี่ยของการใช้สิทธิ์เลือกตั้งน้อยลงทั่วโลก นักการเมืองทั่วโลก เวลาจะทำอะไรจะอ้างประชาชน บอกว่าเลือกตั้งมาได้เสียงข้างมาก เวลาจะเสนอนโยบายอะไรก็จะอ้างประชาชน แล้วประชาชนคือใคร อันนี้เป็นปัญหาอยู่พอสมควร โดยเฉพาะประเทศไทยเลือกตั้งแบบเสียงข้างมากรอบเดียว คนชนะ 40 ก็ถือว่าชนะ ทั้งที่มีคนแพ้อีก 60 ถือว่าเป็นปัญหา หรือการไปอ้างเหตุผลนโยบาย  ซึ่งถ้าตอบสนองต่อผลประโยชน์ประชาชนจริงๆ ได้ อาจจะไม่เกิดองค์กรก็ได้ แต่จริงๆ ไม่ใช่ มันเป็นทั่วโลก

นายแสวง กล่าวด้วยว่า หลักแรก ตอนที่ยังไม่มีองค์กรอิสระ เขาเรียกว่าประชาธิปไตยแบบคลาสสิก คืออำนาจอธิปไตยของประชาชน แต่องค์กรอิสระเกิดจากหลักการประชาธิปไตยของชาติ ชาติมีมากกว่าประชาชน องค์กรอิสระขึ้นมาเพื่อตรวจสอบฝ่ายการเมือง ถามว่าจริงๆ ยึดโยงหรือไม่ ทุกประเทศยึดโยงกับประชาชนอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับรูปแบบของแต่ละประเทศ ประเทศไทยผ่านวุฒิสภา ก็อยู่ที่ว่าวุฒิสภาของเราออกแบบเป็นอย่างไร เราก็มีทุกอย่างมาแล้ว เรามีสภาผัวเมีย พัฒนากันทั้งแต่งตั้ง  ทั้งอะไรก็มีมาหมด น่าจะยังไม่ลงตัว ทุกวันนี้จึงมีความพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วเราจะทำอย่างไรให้วุฒิสภาที่เป็นผู้แทนปวงชาวไทยเหมือนกัน จะบอกว่าไม่ยึดโยงก็ได้ มันอยู่ที่การออกแบบ ไม่ได้บอกว่าองค์กรอิสระปัจจุบันไม่ได้ทำงานเพื่อประเทศชาติ ท่านอาจจะไม่สบายใจเรื่องที่มาจากวุฒิสภาก็ได้ เพราะท่านบอกว่าองค์กรอิสระไม่ยึดโยง ซึ่งวุฒิสภาก็ออกแบบมาจากการเลือกของประชาชน ก็เป็นไปตามกฏหมาย

นายแสวง ย้ำว่า องค์กรอิสระมีเพื่อมาตรวจสอบฝ่ายการเมือง มันเป็นแบบนั้นจริงๆ องค์กรอิสระทั่วโลกเกิดขึ้นตามหลักประชาธิปไตยเป็นของชาติ ที่ยุโรปมีก่อนเรา เรานำของเขามาใช้ เพียงแต่ว่าจะอยู่อย่างไรให้มีความสุข สงบสุข ตอนนี้ผ่านประชามติมาแล้ว ก็ไปดูว่าควรจะเป็นอย่างไรต่อ

นายแสวง กล่าวว่า องค์กรอิสระ พูดภาษาชาวบ้านคือทำงานไม่ถูกใจชาวบ้าน มันมีหลายแบบ ถูกกฎหมาย ถูกใจ ถูกหลักการ  ซึ่งถูกหลักการน่าจะดีที่สุด เพราะเป็นความยุติธรรมตามธรรมชาติ แต่ไม่ถูกใจประชาชน กฎหมายออกแบบมาอย่างนี้ ไม่ว่าองค์กรอิสระหรือใครก็ตามต้องปฏิบัติหน้าที่ตามกฏหมาย บางครั้งความถูกใจทางการเมืองคือต้องการชนะ มีอยู่แค่นี้ เพียงแต่ว่าชนะ มันจะมีกฎเกณฑ์ที่เป็นธรรมได้อย่างไร แบบนี้ถึงจะเป็นทางออกของบ้านเมืองที่จะไปข้างหน้าได้ ตราบใดที่กฎหมายออกแบบอย่างหนึ่ง การปฏิบัติเป็นอีกแบบหนึ่ง ความต้องการของคน ซึ่งมีหลายกลุ่มหลายขั้วเป็นอีกแบบหนึ่ง ลำบากแน่นอน

นายแสวง เล่าว่า ตนเคยเป็นหัวหน้าทีมงานร่างรัฐธรรมนูญ สมัยปี 2540 เราก็บอกว่าเรามีรัฐธรรมนูญที่ดีมาก แต่พอรัฐธรรมนูญ 2560 ถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ปราบโกง แต่ดัชนีคอร์รัปชันของเราก็ไม่รู้ว่าร่วงไปอันดับที่เท่าไหร่ อยู่ในท้ายๆ การเมืองก็ยังอยู่ที่เดิม การคอร์รัปชันก็ไม่ได้ดีไปกว่าเดิม สรุปแล้วอยู่ที่คน เพราะไม่ว่าเราจะแก้หรือจะมีกฎหมายดีอย่างไร ตนอยู่มา 3 รัฐธรรมนูญ คนที่มาจดทะเบียนทางการเมืองเป็นคนหน้าเดิม 100% ผู้สมัครก็คนเดิมไม่ได้เปลี่ยนไปไหน เปลี่ยนแต่กฎหมาย ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งก็เป็นคนไทยเหมือนเดิม เราใช้ชุดความรู้เดิมกับกติกาใหม่ สุดท้ายก็ไม่ได้ไปไหน ลองมาคิดดูว่าปัญหาพวกนี้มันอยู่ตรงไหน เราจะปฏิรูปองค์กรอิสระอย่างเดียวพอหรือไม่ หรือเราต้องหาได้มากกว่านี้เพื่อให้การเลือกตั้งดี ผู้เล่นดี ผู้เลือกดี กรรมการดี 3 อย่างนี้ดีมันก็ไปได้ดี ที่เล่าให้ฟัง เพราะคนคาดหวัง กกต. มาก เราก็พยายามทำสิ่งที่ท่านคาดหวัง ท่านรู้สึก เรารู้ว่าประชาชนต้องการอะไร แต่มันมีข้อจำกัดในเรื่องการต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฏหมาย การแข่งขันต้องมีกติกา ไปทำตามใจฝ่ายไหนไม่ได้ ถ้าไปทำตามสิ่งที่ฝ่ายอยากได้ แสดงว่าบ้านเมืองไม่มีกฎเกณฑ์