ปิดทริป "ทรัมป์" เยือนจีน ชี้ สหรัฐฯ ได้รับชนะอันน้อยนิด

View icon 26
วันที่ 15 พ.ค. 2569 | 17.27 น.
รอบรั้วรอบโลก
แชร์
สื่อฯ ต่างชาติรายงาน "โดนัลด์ ทรัมป์" เดินทางกลับจีน โดยไม่มีความคืบหน้าสำคัญใด ๆ เกี่ยวกับการค้า หรือความช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรมในการยุติสงครามกับอิหร่าน แม้ว่าจะใช้เวลา 2 วัน ในการอวย "สี จิ้นผิง"

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า การเยือนจีนของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ซึ่งเป็นชาติคู่แข่งทางยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจหลักของสหรัฐฯ และเป็นการเดินทางเยือนจีนครั้งแรกของ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในรอบเกือบ 10 ปี นับตั้งแต่การเดินทางเยือนครั้งล่าสุดของ ทรัมป์ ในปี 2560 โดยมีเป้าหมายเพื่อหวังผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในการเสริมสร้างคะแนนนิยมที่ตกต่ำของ ทรัมป์ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในช่วงปลายปีนี้

สำหรับการประชุมสุดยอดครั้งนี้เต็มไปด้วยพิธีการต่าง ๆ ตั้งแต่การตรวจแถวทหารไป จนถึงการเยี่ยมชมสวน แต่เบื้องหลังประตูที่ปิดสนิทและการพูดคุยกันนานกว่า 2 ชั่วโมง ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้กล่าวเตือนอย่างชัดเจนต่อ ทรัมป์ ว่าการจัดการปัญหาไต้หวันอย่างไม่เหมาะสมของสหรัฐฯ อาจทำให้ความสัมพันธ์ย่ำแย่ลงได้

ขณะที่ ทรัมป์ ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ โดยแสดงท่าทีสงบนิ่งผิดปกติตลอดการเดินทางเยือน ส่วนคำพูดที่ไม่ได้เตรียมไว้ล่วงหน้าส่วนใหญ่เน้นไปที่การยกย่องบารมีของ ผู้นำจีน อาทิ สี จิ้นผิง เป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยม, เป็นคนอบอุ่น และเป็นคนที่ฉลาดมาก

ในขณะที่ ทรัมป์ มองหาผลประโยชน์ทางธุรกิจในระยะสั้น เช่น ข้อตกลงซื้อ-ขายเครื่องบินโบอิง 200 ลำ ซึ่งเป็นการซื้อเครื่องบินพาณิชย์ที่ผลิตในสหรัฐฯ ครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปีของจีน แต่ก็สร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุนเพราะต่ำกว่าจำนวนที่ตลาดคาดการณ์ไว้ประมาณ 500 ลำ ส่งผลให้หุ้นโบอิงร่วงลงมากกว่า 4% ในทางกลับกัน สี จิ้นผิง กลับพูดถึงการปรับความสัมพันธ์ระยะยาวและข้อตกลงเพื่อรักษาเสถียรภาพทางการค้า ซึ่งเน้นย้ำถึงลำดับความสำคัญที่แตกต่างกันของทั้งสองผู้นำ

สำหรับประเด็นอิหร่านก็ไม่มีความช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรม โดยก่อนที่ผู้นำทั้งสองจะพบกันเพื่อดื่มชา เมื่อวานนี้ (15 พ.ค.) กระทรวงการต่างประเทศของจีนออกแถลงการณ์อย่างตรงไปตรงมาแสดงความไม่พอใจต่อสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน โดยระบุว่าความขัดแย้งนี้ไม่ควรเกิดขึ้นเลย และไม่มีเหตุผลที่สงครามจะดำเนินต่อไป พร้อมเสริมว่าจีนสนับสนุนความพยายามในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพ

นักวิจัยด้านนโยบายต่างประเทศจากสถาบันบรูกกิงส์ วิเคราะห์ว่า สิ่งที่น่าสังเกตคือไม่มีข้อผูกมัดใด ๆ จากจีนที่จะทำอะไรโดยเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับอิหร่าน

นอกจากนี้ การที่ ทรัมป์ เดินทางกลับสหรัฐฯ โดยที่ไม่มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับปัญหาการขาดแคลนแร่หายาก หรือ แรร์เอิร์ธ ซึ่งเป็นปัญหาที่รุมเร้าความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศมาตั้งแต่จีนใช้มาตรการควบคุมการส่งออกแรร์เอิร์ธ เพื่อตอบโต้มาตรการภาษีของทรัมป์ สื่อของรัฐบาลจีนไม่ได้กล่าวถึงประเด็นนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียวตลอด 2 วัน ที่รายงานข่าวการประชุมสุดยอด

แม้ว่าผู้นำทั้ง 2 จะตกลงสงบศึกด้านการค้ากันเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว โดยวอชิงตันจะลดภาษีเพื่อแลกกับการที่จีนจะคงการส่งออกแร่หายากต่อไป แต่มาตรการควบคุมของจีนกลับทำให้เกิดการขาดแคลนสำหรับผู้ผลิตชิปและบริษัทด้านอวกาศของสหรัฐฯ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง