ซิ่งเก๋งชนไรเดอร์ คนขับอ้างเป็นทนาย ไม่เป่าวัดแอลฯ

ซิ่งเก๋งชนไรเดอร์ คนขับอ้างเป็นทนาย ไม่เป่าวัดแอลฯ

View icon 32
วันที่ 17 พ.ค. 2569 | 10.08 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
อ้างเป็นทนายซิ่งรถเก๋งติดตราฯ ชนไรเดอร์อัดเสาไฟ  ยืนแทบทรงตัวไม่อยู่ ยอมรับดื่มมาแต่ไม่เมา ปฏิเสธเป่าวัดปริมาณแอลกอฮอล์ โวยเจ้าหน้าที่ทำเกินหน้าที่ จะไปพิสูจน์ในศาล พนักงานสอบสวนรายงานเรื่องต่อสภาทนายความ

เมื่อเวลาประมาณ 21.15 น. วานนี้ (16 พ.ค.69) ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 จังหวัดอุดรธานี รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์และเสาไฟฟ้า บริเวณด้านหลังโรงเรียนสตรีราชินูทิศ ถนนศรีชมชื่น ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาย 1 คน จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิส่งเสริมธรรมแห่งอุดรธานี และเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋ง ทะเบียนจังหวัดอุดรธานี ติดโลโกตราชั่ง สภาพด้านหน้าพังเสียหาย ชนอัดกับเสาไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ สภาพพังยับกองติดต้นไม้และรั้วโรงเรียน หลังถูกรถเก๋งพุ่งชนอย่างแรง ใกล้กันมีนายมานิตย์ อายุ 42 ปี คนขับไรเดอร์ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

คนขับรถเก๋งยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในลักษณะคล้ายมึนเมา ยืนทรงตัวแทบไม่อยู่ พูดลิ้นรัว อ้างเป็นทนายความ ในโทรศัพท์มือถือมีภาพถ่ายรูปคู่กับนักการเมือง โดยให้การว่าเป็นผู้ขับรถยนต์คันดังกล่าวจริง เมื่อสอบถามว่า “เมามาจากไหนหรือเปล่า” ชายที่อ้างตัวเป็นทนายความ ตอบว่า “อย่าว่าเมาเลย ไม่ได้เมา เราเมาไม่ได้ เพราะเรารู้กติกาบ้านเมือง ถ้าเมาเราไม่สามารถไปโต้แย้งกฎหมายได้” พร้อมยอมรับว่าได้ไปดื่มสังสรรค์กับเพื่อนในโอกาสพิเศษ แต่ยืนยันว่าไม่ใช่นิสัยส่วนตัวที่จะดื่มเป็นประจำ และย้ำว่ามีจรรยาบรรณในวิชาชีพ

ต่อมา พ.ต.ท.อดุลชัย ขาวขำ พนักงานสอบสวนเวรคดี ได้ขอความร่วมมือให้ตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์เบื้องต้น แต่ชายที่อ้างตัวเป็นทนายความไม่ยินยอม พร้อมกล่าวกับเจ้าหน้าที่ว่า “ผมให้ความร่วมมือขนาดนี้ ยังจะกล้าทำขนาดนั้นอีกหรือ รถคันนี้ก็ไม่มีประกัน อย่าบังคับผม”

ด้าน พ.ต.ท.อดุลชัย ได้ชี้แจงว่า หากไม่ยอมเป่าตรวจวัดแอลกอฮอล์ จะมีการลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน พร้อมระบุว่าในฐานะเป็นทนายความย่อมทราบข้อกฎหมายอยู่แล้ว และจะรายงานเรื่องดังกล่าวต่อสภาทนายความจังหวัดอุดรธานี เนื่องจากไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่

ระหว่างนั้น ผู้ก่อเหตุได้ชี้นิ้วไปทางผู้สื่อข่าวสั่งห้ามบันทึกภาพ โดยอ้างเรื่อง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ก่อนจะหันไปต่อว่าทีมกู้ภัยและตำรวจด้วยถ้อยคำรุนแรง อ้างว่ากู้ภัยทำงานเกินหน้าที่ และกล่าวทำนองข่มขู่ว่า “เดี๋ยวหลายคนต้องไปเจอกันในชั้นศาล”

ทางด้านหนุ่มไรเดอร์ ผู้บาดเจ็บ เล่าว่า ขณะเกิดเหตุตนนั่งคร่อมรถจักรยานยนต์อยู่ริมถนน ระหว่างรอรับงานและเล่นโทรศัพท์มือถือ จู่ ๆ รถเก๋งได้พุ่งเข้าชนอย่างแรง จนร่างกระเด็นตกจากรถ เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมาก และรถคู่กรณีขับมาด้วยความเร็ว

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุ บันทึกภาพความเสียหายของรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเสาไฟฟ้าไว้เป็นหลักฐาน พร้อมสอบปากคำผู้ขับขี่และพยานในที่เกิดเหตุ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง