ล่าระทึก ! 10 กิโลเมตร ขบวนการลำเลียงยาเสพติด ยึดยาบ้า และ ไอซ์ เตรียมส่งต่อผู้ค้ารายย่อยที่ จ.ชุมพร สารภาพทำมาแล้วหลายครั้ง โดยซื้อรถหลุดจำนำ เพื่อนำมารับงานโดยเฉพาะ
วันนี้ ( 17 พ.ค. 69 ) กองบังคับการตำรวจทางหลวง จับกุมผู้ต้องหา 3 คน คือ นายธีระพงศ์ อายุ 33 ปี , น.ส.สุวภัทร อายุ 25 ปี และนายพงศกร อายุ 25 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า กว่า 20,000 เม็ด ,ไอซ์ 52.37 กรัม ,กระเป๋าคาดเอวสีดำ ,โทรศัพท์มือถือ และรถยนต์ 1 คัน โดยจับกุมได้บน ทางหลวงหมายเลข 4 กม.482-483 ขาล่องใต้ ต.หาดพันไกร อ.เมือง จ.ชุมพร
สืบเนื่องจากตำรวจทางหลวง อกตรวจในเขตรับผิดชอบเพื่อป้องกัน และปราบปรามอาชญากรรม ได้พบรถเก๋งต้องสงสัย มีลักษณะติดฟิล์มกระจกทึบผิดสังเกต จึงตรวจสอบข้อมูลรถพบว่าขาดต่อภาษีประจำปีตั้งแต่ปี พ.ศ.2566 เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัว พร้อมเปิดสัญญาณไฟเรียกให้หยุดรถเพื่อตรวจสอบ แต่ผู้ขับกลับเร่งเครื่องหลบหนี ตำรวจทางหลวงจึงประสานกำลังร่วมสกัดจับ และไล่ติดตามอย่างกระชั้นชิด เป็นระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร ก่อนสามารถสกัดหยุดรถได้
ภายหลังการตรวจสอบ พบผู้โดยสารทั้ง 3 คนอยู่ภายในรถ โดยมีนายธีระพงศ์ เป็นคนขับ โดยมีน.ส.สุวภัทร และนายพงศกร นั่งโดยสารมาด้วย เจ้าหน้าที่จึงตรวจค้นตัวบุคคล และภายในรถอย่างละเอียด พบยาบ้า ไอซ์ ซุกซ่อนอยู่ใต้เบาะผู้โดยสารด้านหลัง และซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าคาดเอวสีดำของนายพงศกร จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน พร้อมของกลาง มาตรวจสอบโดยละเอียดที่สถานีตำรวจทางหลวงชุมพร และนำตัวไปตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะที่โรงพยาบาลท่าแซะ ผลการตรวจพบสารเสพติดในร่างกายทั้ง 3 คน
สอบสวนนายธีระพงศ์ ให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากเครือข่ายยาเสพติด ให้นำยาเสพติดจากพื้นที่ภาคกลาง มาส่งต่อให้ผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่จังหวัดชุมพร โดยขนลำลียงเป็นครั้งที่ 2 และได้ชักชวน น.ส.สุวภัทร และนายพงศกร ร่วมเดินทางไปด้วย พร้อมยอมรับว่ายาเสพติดทั้งหมด เตรียมนำส่งตามจุดนัดหมาย โดยได้ซื้อต่อมาจากคนรู้จักในราคา 20,000 บาท เพื่อนำมาใช้ลำเลียงยาเสพติด และยอมรับว่าเป็นผู้รับหน้าที่ลำเลียงยาเสพติด ขณะที่ น.ส.สุวภัทร ยอมรับว่าได้ร่วมเดินทาง และเสพยาเสพติดจริง ส่วน นายพงศกร รับว่ายาเสพติดที่พบในกระเป๋าคาดเอวเป็นของตน และได้เสพไปบางส่วนแล้ว
เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน พร้อมของกลางทั้งหมด นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชุมพร ทำการสืบสวน สอบสวน ขยายผล และดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป