ชาวบ้านรวมตั้งกลุ่มอาสาสมัครเฝ้าระวังและขับไล่ช้างป่า แก้ปัญหาคนกับช้าง ที่บุกกินพืชผลการเกษตร

ชาวบ้านรวมตั้งกลุ่มอาสาสมัครเฝ้าระวังและขับไล่ช้างป่า แก้ปัญหาคนกับช้าง ที่บุกกินพืชผลการเกษตร

View icon 22
วันที่ 18 พ.ค. 2569 | 07.40 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วันนี้ (18 พ.ค. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.อุทัยธานี ปัญหาช้างป่าห้วยขาแข้ง ยังคงเป็นปัญหาที่สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านที่ปลูกพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะพืชไร่ ทั้งมันสำปะหลังและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ บริเวณชายป่าของบ้านเขาไม้นวล 

โดยเป็นรอยต่อระหว่างผืนป่าห้วยขาแข้งกับพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน ทำให้พืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก และมีแนวโน้มนับวันปัญหาดังกล่าวจะรุนแรงขึ้น

ทางชุมชนและอาสาสมัคร จึงสนธิกำลังร่วมกับ จนท.เขตห้ามล่าสัตว์ป่าห้วยทับเสลา-ห้วยระบำ ช่วยกันผลักดันช้างป่า โดยนำระบบเตือนภัยมาใช้ หลังจากนั้นจะนำกำลังลงจุดเกิดเหตุ ช่วยกันตีเกาะ เคาะไม้ ส่งเสียงดัง เพื่อขับไล่ช้างป่า ให้ออกไปจากพื้นที่

ทางด้านนายดำรงฤทธิ์ ชาวบ้านเผยว่า ได้ปลูกมันนำปะหลัง บนเนื้อที่ 20 ไร่ บริเวณรอยต่อระหว่างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งกับพื้นที่ทำกิน แต่ละปีก็จะประสบปัญหาช้างป่าห้วยขาแข้ง ออกจากป่าบุกมากินและทำลายพืชผลการเกษตร ที่ปลูกไว้ ทำให้ได้รับความเสียหายเป็นประจำทุกปี

โดยช้างป่าจะเดินผ่านรั้วลวดหนามของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ออกมายังแปลงเพาะปลูกของชาวบ้าน ออกมาในทุกช่วงฤดูกาลปลูก โดยเฉพาะช่วงผลผลิตใกล้จะเก็บเกี่ยวจะมีช้างป่าออกมากินมันสำปะหลังโดยกินจนหมด  ทั้งถอนต้นและเหยียบย่ำหักล้ม ชนิดถอนรากถอนโคน

หากไม่เฝ้าระวังในยามค่ำคืน จะทำให้ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมากแทบจะไม่ได้เลย เพราะโดยช้างทำลายถอนต้นจนหมด โดยช้างจะออกมาเกือบจะทุกคืน โดยบางครั้งบางคราวจะมายกฝูงหรือ 1-10 ตัวก็มี สูงสุด 30 ตัวก็มี ช่วงระยะเวลาที่ช้างจะเข้ามาอยู่ในห้วง 22.00 น. ถึงตี 04.00 - 05.00 น. และจะออกมาทำลายพืชผลการเกษตรตั้งแต่เดือน พ.ค. - มี.ค. โดยช้างจะมามากในช่วงใกล้เก็บเกี่ยว

ส่วนทางด้านนายอนุพันธ์ สารสุวรรณ์ กำนัน ต.ระบำ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี กล่าวว่า หลังจากช้างเดินชนลวดที่ขึงดักเอาไว้ อุปกรณ์เตือนภัยช้างจะส่งเสียงหวอ ทั้งในจุดเกิดเหตุของแปลงเพราะปลูกและยังส่งสัญญาณมายังศูนย์ควบคุมที่อยู่ภายในชุมชน ห่างจากจุดเกิดเหตุ 2 กม. ก็จะเห็นรหัสเข้ามาแสดงที่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ พร้อมทั้งระบุตำแหน่งของช้าง

จากนั้นกลุ่มอาสาสมัครพิทักษ์ช้าง ก็จะแจ้งสมาชิกและชาวบ้าน ร่วมกันออกไปขับไล่ทันที ซึ่งในสมัยก่อนพอช้างเข้ามา ผู้ใหญ่บ้านก็จะนำกำลังเดินดาหน้าเข้าไปค้นหาและขับไล่ จะใช้เวลาประมาณ 2 ชม. กว่าจะเจอช้าง

แต่การใช้วิธีนี้จะใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที ก็จะรู้ว่าช้างอยู่จุดไหน ทำให้แก้ปัญหาให้กับชาวบ้านได้อย่างทันท่วงที  ประหยัดคนและประหยัดแรงงานและประหยัดเวลา