“คิม จองอึน” ผู้นำเกาหลีเหนือ สั่งเสริมกำลังทหารในแนวหน้าตามแนวชายแดนติดกับเกาหลีใต้ ยกระดับพรมแดนให้เป็นดั่ง "ป้อมปราการที่ไม่มีวันแตกได้"
วันนี้ (18 พ.ค. 69) สำนักข่าว KCNA ของรัฐบาลเกาหลีเหนือ รายงานว่า “คิม จองอึน” ผู้นำของเกาหลีเหนือ เรียกร้องในการประชุมของเหล่าผู้บัญชาการของกองทัพเกาหลีเหนือเมื่อวันอาทิตย์ (17 พ.ค. 69) ที่ผ่าน ว่า ให้เสริมกำลังหน่วยรบแนวหน้าตามแนวชายแดนติดกับเกาหลีใต้ รวมถึงเสริมกำลังหน่วยรบหลักอื่น ๆ ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการ "ยับยั้งสงครามได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น" เพื่อให้บริเวณนั้นเป็นดั่ง "ป้อมปราการที่ไม่อาจทะลุทะลวงมาได้"
โดยผู้นำของเกาหลีเหนือ เรียกร้องให้ปรับระบบการฝึกอบรมและขยายการฝึกภาคปฏิบัติให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในสงครามสมัยใหม่ และกำหนดนิยามใหม่ของแนวคิดการปฏิบัติการในกองทัพเกาหลีเหนือ และยังย้ำถึงความจำเป็นในการเฝ้าระวัง "ศัตรูตัวฉกาจ" (เกาหลีใต้)
ด้านกระทรวงการรวมชาติของเกาหลีใต้ กล่าวว่า เกาหลีใต้จะยังคงจัดการกับความตึงเครียดทางทหารและพยายามสร้างความไว้วางใจต่อไป ขระที่คณะเสนาธิการร่วมของเกาหลีใต้ กล่าวว่า กองทัพเกาหลีเหนือได้เร่งดำเนินการเสริมกำลังป้องกันตั้งแต่เดือนมีนาคมในพื้นที่ใกล้ชายแดนทางบกระหว่างสองเกาหลี รวมถึงการสร้างกำแพง
ขณะที่นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันเพื่อการรวมชาติเกาหลีในกรุงโซล กล่าวว่า การที่ “คิม จองอึน” อ้างถึงการเสริมกำลังป้องกัน ที่ชายแดนนั้นบ่งชี้ว่า เกาหลีเหนืออาจเสริมกำลังทางทหารในเขตแดนทางทะเลกับเกาหลีใต้ด้วย และการที่ “คิม จองอึน” อ้างถึงสงครามสมัยใหม่และการกำหนดนิยามใหม่ของปฏิบัติการในทุกด้าน น่าจะสะท้อนให้เห็นถึงบทเรียนที่เกาหลีเหนือได้เรียนรู้จากสงครามในยูเครนและความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงการใช้โดรน การโจมตีเป้าหมายอย่างแม่นยำ และสงครามอิเล็กทรอนิกส์
ทั้งนี้ ทั้งสองเกาหลียังคงอยู่ในสถานะสงครามทางเทคนิคหลังจากความขัดแย้งในปี พ.ศ.2493-2496 ที่สิ้นสุดลงด้วยการหยุดยิงแทนที่จะเป็นข้อตกลงสันติภาพ