ห้องข่าวภาคเที่ยง - ก่อนจะไปติดตามข่าวอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสาร ซึ่งหลังเกิดเหตุก็มีแง่มุม ข้อเสนอแนะต่าง ๆ นานา เกี่ยวกับการที่ต้องมีขบวนรถไฟ แล่นผ่านเข้าพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพมหานคร
เพราะทำกันอย่างนี้ อุบัติเหตุจึงเกิดขึ้น
ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณเจ้าของคลิปนี้ ซึ่งก็น่าจะเป็นพี่ ๆ คนขับรถไฟที่เห็นในคลิปช่วงแรก เชื่อว่าพี่ ๆ ต้องการสะท้อนอีกมุมหนึ่ง ในการทำหน้าที่นำขบวนรถไฟ แล่นผ่านจุดตัดหลายแห่ง ใน กทม. ที่มีปัญหาการจราจร และการไม่เคารพกฎจราจรของคนขับรถบนท้องถนน เป็นต้นตอของการเกิดอุบัติเหตุ ล่าสุดเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา
ภาพของขบวนรถไฟ แล่นมาถึงจุดตัดบนถนนสายหนึ่งคนขับรถไฟ ก็เปิดหวีดสัญญาณแจ้งเตือน เพราะเห็นว่าบนถนนด้านหน้า มีทั้งรถที่ยังไม่ยอมหยุด ต่างเร่งรีบขับผ่านทางรถไฟไป เพราะไม่อยากหยุดรอขบวนรถไฟ รวมถถึงรถที่จอดติดคร่อมทางรถไฟอยู่
รถไฟก็เคลื่อนตัวช้า ๆ จนเกือบจะถึงแยก คนขับก็ต้องเบรกหยุดขบวนรถเอาไว้ก่อน พร้อม ๆ กับเปิดหวีดเตือนอีกครั้ง จังหวะนั้นไม่กั้นด้านขวามือ ก็ค่อย ๆ ลงมา รถด้านขวาก็หยุด มีอยู่ช่วงหนึ่ง จะเห็นมีผู้ชายวิ่งผ่านมาด้านข้างขบวนรถไฟ พร้อม ๆ กับโบกไม้โบกมือ เหมือนจะบอกคนขับรถไฟ ว่าอย่าเพิ่งไป มีรถติดคาอยู่
หลังรถด้านขวาหยุดหมดแล้ว รถไฟก็ค่อย ๆ เคลื่อนตัวช้า ๆ แล่นผ่านแยก รถที่ติดคาแยกอยู่ คันไหนที่ผ่านทางรถไฟไปได้แล้ว ก็รีบขยับเลื่อนไปด้านหน้า
แต่จะเห็นรถแท็กซี่ สีชมพู ที่ยังไม่ผ่านทางรถไฟ ติดคาอยู่ พยายามจะถอยหลัง ขณะที่ไม่กั้น ก็พยายามจะลงมา แต่ก็ลงไม่ได้ ลง ๆ หยุด ๆ อยู่อย่างนั้น เพราะรถแท็กซี่ติดคาอยู่
จนเห็นว่ารถแท็กซี่ ถอยไปพ้นระยะไม้กั้นได้แล้ว ไม้กั้นถึงลงมาได้จนสุด แล้วรถไฟก็แล่นผ่านไป เข้าใจว่า คนขับรถ ไม่ว่าจะรถอะไรก็แล้วแต่ ก็ล้วนต้องการจะไปให้ถึงจุดหมายปลายทางของแต่ละคน ไปให้ทันเวลา ทุกคนก็รีบกันทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นคนขับรถไฟ รถเมล์ รถยนต์ รถแท็กซี่ จักรยานยนต์ แต่ถ้ารีบกันจนไม่คำนึงถึงกฎจราจร ทำตามใจตัวเองโดยไม่มีระเบียบวินัย สุดท้ายอุบัติเหตุที่ไม่มีใครอยากให้เกิด มันก็อาจจะเกิดขึ้นได้อีก
ประชาชนฉะ คิดได้อย่างไร ห้ามรถไฟเข้ากรุง
ดรามาสนั่น หลังนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผุดไอเดีย แก้ปัญหาอุบัติเหตุจากรถไฟเบื้องต้น เช่น หากไม้กั้นไม่เลื่อนลง ห้ามเดินขบวนรถไฟทุกกรณี และสั่งการให้ รฟท. กลับไปศึกษา ความเป็นไปได้และผลกระทบ กรณียกเลิกให้ขบวนรถไฟทุกขบวนเข้าพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน และให้แก้ปัญหาจุดตัดรถไฟ ทั้งเส้นทางภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และภาคใต้ รวม 27 จุด พร้อมงดเดินรถไฟขนส่งสินค้าในช่วงกลางวัน กำหนดระยะเวลาศึกษา 3 เดือน และให้สรุปความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนเวลาเดินรถขบวนขนส่งสินค้า ให้วิ่งเฉพาะช่วงเวลา 22.00-04.00 น. เท่านั้น
นอกจากนี้ ยังขอเวลาศึกษา 3 เดือน สำหรับรถไฟสายตะวันออก ให้สิ้นสุดที่สถานีลาดกระบัง รถไฟสายใต้ ให้สิ้นสุดที่ สถานีตลิ่งชัน จากนั้นให้ประชาชนเดินทางต่อด้วย ขสมก. ,รถไฟฟ้าสายสีแดง, Airport Rail Link แทน โดยรัฐบาลจะหาวิธีช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น เช่น ช่วยเหลือค่าโดยสารผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ นโยบายตั๋วร่วม
ด้านชาวเน็ตพอได้ฟังแบบนี้ ถึงกับงง พร้อมตั้งคำถามว่านี่คือการแก้ปัญหาที่ตรงจุดแล้วหรือยัง เหมือนจะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุมากกว่า ซึ่งจะส่งผลต่อการเดินทางของประชาชนที่ลำบากมากขึ้น บางคนบอก วิธีแก้ปัญหามี 108 วิธี แต่ท่านรัฐมนตรีเลือกใช้วิธีที่ 109 หลงทิศหลงทางไปหมด อยากให้รัฐบาลทบทวนอีกครั้ง
ขณะที่ สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟฯ (สร.รฟท.) ได้ออกแถลงการณ์ ยืนยันข้อเท็จจริง กรณีพนักงานขับรถไฟและใบอนุญาตผู้ปฏิบัติหน้าที่ ว่า จริง ๆ แล้ว พนักงานขับรถไฟต้องมีอัตรากำลังทั้งสิ้น 1,258 คน แต่ปัจจุบันมีพนักงานขับรถเพียง 951 คน ที่ต้องทำงานตลอดเวลาแทบจะไม่ได้หยุดพักผ่อนประจำสัปดาห์ ซึ่ง สร.รฟท. และการรถไฟฯ ได้เรียกร้องต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมตลอดมา ให้เพิ่มอัตรากำลังให้เพียงพอต่อการทำงาน เพื่อประโยชน์ในการให้บริการประชาชน และเพื่อป้องกันความเหนื่อยล้าของพนักงาน ที่ต้องใช้ความสามารถพิเศษในการขับเคลื่อนรถจักรที่ใช้งานมาเป็นเวลานาน และเพื่อความปลอดภัยต่อประชาชน สหภาพแรงงานฯ ได้ตระหนักและได้เรียกร้องให้มีเรื่องการปรับปรุงด้านความปลอดภัยที่เป็นสิ่งสำคัญที่สุดมาโดยตลอด