เช้านี้ที่หมอชิต - สุดเศร้า เพื่อนทำพิธีเชิญดวงวิญญาณเหยื่อรายที่ 8 รถไฟชนรถเมล์ เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม พร้อมเผยผู้ตายเป็นคนรักงาน-รับผิดชอบสูง ตั้งใจไปงานอีเวนต์ของ BNK48 ก่อนเกิดเหตุสลด
เจ้าหน้าที่ ขสมก. พร้อมญาติผู้เสียชีวิต เพื่อนสนิท และเพื่อนร่วมงาน มาเชิญดวงวิญญาณ นายเสริมลาภ หรือ เอ อายุ 44 ปี พนักงานบริษัทประกันภัยแห่งหนึ่งบริเวณจุดเกิดเหตุ โดยมีการนำอาหารที่ผู้เสียชีวิตชื่นชอบมาจัดเป็นเครื่องเซ่นไหว้ ประกอบด้วย ผัดกะเพรา, ต้มจับฉ่าย และ ขนมปังไส้กรอก
นายเกียงไกร ประจันตะเสน เพื่อนสนิทในที่ทำงานของผู้เสียชีวิต บอกว่า วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ตรงกับวันจันทร์และเป็นวันย้ายออฟฟิศ แต่ไม่สามารถติดต่อเพื่อนได้ ทำให้เพื่อนร่วมงานรู้สึกผิดสังเกต เนื่องจากเพื่อนคนนี้เป็นคนมีความรับผิดชอบสูง ไม่เคยขาดงาน
ต่อมาเพื่อนช่วยกันออกตามหา พร้อมตรวจสอบข้อมูลการหายตัวไป ก่อนตัดสินใจลงบันทึกประจำวันคนหายไว้ที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ ซึ่งช่วงแรกยังไม่ทราบว่าเพื่อนเกี่ยวข้องกับเหตุรถไฟชนรถเมล์ เพราะไม่มีข้อมูลยืนยันชัดเจน
จากนั้นตรวจสอบภาพวงจรปิดและประสานบริษัททรูมูฟ เพื่อตรวจสอบสัญญาณโทรศัพท์ล่าสุดของเพื่อน ก่อนทราบข้อมูลยืนยันชัดเจนว่าสัญญาณสุดท้ายของเพื่อนอยู่ในจุดเกิดเหตุ
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลว่า ผู้เสียชีวิตพักอาศัยอยู่จังหวัดนนทบุรี และเดินทางมาทำงานย่านอโศก-สุขุมวิท เป็นประจำ ด้วยรถโดยสารประจำทาง โดยวันเกิดเหตุ ผู้เสียชีวิตตั้งใจเดินทางไปงานอีเวนต์ของ BNK48
ต่อมาช่วงบ่าย ญาติเดินทางมายังสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ เพื่อติดต่อรับร่างกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่ วัดชมพูเวก อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี เนื่องจากเป็นสถานที่บรรจุอัฐิพ่อ-แม่ และน้องสาวของผู้เสียชีวิต
นางนันทวัลย์ นักรบ อายุ 60 ปี ญาติฝ่ายแม่ของผู้เสียชีวิต บอกว่า ตนเลี้ยงดูผู้เสียชีวิตตั้งแต่เด็ก เคยนอนบ้านเดียวกันก่อนจะแยกย้ายกันไปใช้ชีวิต และไม่ได้พบหน้ากันนานกว่า 30 ปี ถึงแม้จะห่างกัน แต่ยังติดต่อและคอยช่วยเหลือกันตลอด พร้อมยืนยันว่า การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้หวังเรื่องทรัพย์สินหรือเงินเยียวยาใด ๆ
ด้าน ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาบุคคล องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ กล่าวว่า ขสมก. จะรับผิดชอบดูแลอำนวยความสะดวกด้านต่าง ๆ อย่างเต็มที่ รวมถึงการเยียวยาตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ ขสมก. ได้เข้าไปดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตครบทั้ง 7 รายก่อนหน้านี้แล้ว พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องงานศพอย่างใกล้ชิด
บรรยากาศงานศพที่วัดชมภูเวกเป็นไปด้วยความโศกเศร้า โดยมี องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ (ขสมก.) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ตั้งแถวเพื่อรอรับร่างผู้เสียชีวิต และจะฌาปนกิจ วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม เวลา 16.00 น.
นายไพรัตน์ ญาติฝั่งผู้พ่อของผู้เสียชีวิต และเป็นคนเดินเรื่องไปตรวจ DNA บอกว่า ตอนแรกที่ตำรวจโทร.มาถาม ไม่ได้สนใจอะไร คิดว่าเป็นมิจฉาชีพ เลยบอกกับตำรวจว่าทำงานอยู่ ไม่ว่าง
ต่อมาเลยโทร.กลับไปที่ สน.มักกะสัน ตรวจสอบชื่อร้อยเวรที่โทร.มา พอรู้ว่าเป็นตำรวจจริงจึงยอมเดินทางมาตรวจดีเอ็นเอ หลังจากผลตรวจออก ก็รู้สึกเสียใจมาก แม้ไม่ได้สนิทแต่เป็นญาติกัน
สำหรับผู้เสียชีวิตคนที่ 8 อย่างที่เสนอไปก่อนหน้านี้ว่าต้องชื่นชม ร.ต.อ. จารุพัฒน์ บัวแก้ว รองสารวัตรสอบสวน สน.มักกะสัน ที่ไม่ละความพยายาม ติดตามเบาะแสอย่างต่อเนื่อง กระทั่งสามารถแกะรอยจากภาพสตอรีในอินสตาแกรมของ น้องโรส หนึ่งในผู้เสียชีวิต ที่โพสต์ภาพสุดท้ายไว้ ก่อนเชื่อมโยงกับข้อมูลจากเพื่อนสนิทของผู้ตายที่โทรศัพท์มาแจ้งว่าเพื่อนหายตัวจากที่ทำงาน นำไปสู่การติดต่อ นายไพรัตน์ ลูกพี่ลูกน้องฝ่ายพ่อของผู้เสียชีวิตให้เข้ามาตรวจ DNA เพื่อเปรียบเทียบ พิสูจน์เอกลักษณ์ จนยืนยันตัวบุคคลได้สำเร็จ แม้ทั้งสองจะไม่เคยรู้จักกันมาก่อน