ชัดเจน “ไทยช่วยไทยพลัส” กลุ่มคนทั่วไปเปิดลงทะเบียน 60/40 จำนวน 30 ล้านสิทธิ เริ่มลงทะเบียนวันแรก วันจันทร์ที่ 29 พ.ค.ได้ตั้งแต่ 6 โมงเช้า ส่วนกลุ่มบัตรคนจนไม่ต้องลงทะเบียน 1 มิ.ย. เงินเข้าบัตรเลย 1,000 บาท เพื่อไปใช้จ่ายในร้านธงฟ้า
19 พฤษภาคม 2569 ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง และนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย แถลงข่าวความคืบหน้า มาตรการลดค่าครองชีพประชาชน โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส”
ดร.เอกนิติ ระบุว่า ไทยช่วยไทยพลัส ฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน วัตถุประสงค์ คือ ต้องการช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชน เพื่อให้ผ่านวิกฤตค่าครองชีพไปด้วยกัน เหตุผลหลัก ๆ คือ วิกฤตพลังงานที่ประเทศไทย และประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก กำลังประสบอยู่ และมีวิกฤตหลายระลอก ซึ่งทั้งหมดมาจากวิกฤติราคาพลังงาน ขณะนี้มาถึงวิกฤต ระลอกที่ 2 คือวิกฤตต้นทุนที่สูงขึ้น
วันนี้กำลังเข้าสู่วิกฤตระลอกที่ 3 เรียกว่าวิกฤตของแพง สะท้อนจากตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุด เดือนเมษายนที่ขยับไป 2.9% และมีโอกาสสูงที่เงินเฟ้อจะสูงขึ้นอีก วิกฤตนี้ถ้าเราไม่สามารถหยุดได้กับวิกฤตของแพง จะนำไปสู่วิกฤตระลอกต่อไป คือ วิกฤติกำลังซื้อ ค่าครองชีพสูงขึ้น กำลังซื้อคนจะหด รายได้ในกระเป๋าของคนลดลง และธุรกิจจะมีต้นทุนสูงขึ้น และผลกระทบที่จะกระทบ คือ คนไทยทั่วไป โดยเฉพาะคนไทยที่มีพลังน้อย มีรายได้น้อย ไม่มีเงินออม ธุรกิจขนาดเล็กที่ไม่มีกำไรในอดีตที่สะสมมารองรับแรงกระแทก หากปล่อยให้วิกฤตเช่นนี้เกิดขึ้นต่อไปเป็นระลอกต่าง ๆ สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาจะเกิดเหตุการณ์ธุรกิจปิดตัวคนตกงาน และเศรษฐกิจจะซึมยาว
ขณะที่ นายลวรณ ระบุว่า ไทยช่วยไทยพลัส ฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน ช่วยคนทั้งหมด 3 กลุ่ม คือ กลุ่มบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) กลุ่มประชนทั่วไป และกลุ่มร้านค้า รวมทั้งหมดกว่า 43 ล้านสิทธิ
สำหรับกลุ่มที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่แล้ว 13.2 ล้านคน จะได้รับเงินเพิ่มเติมจากที่เคยได้อีก 700 บาท (จากเดิมได้ 300 บาท) ใน 4 เดือนข้างหน้า คือ มิถุนายน กรกฎาคม สิงหาคม กันยายน รวมจะได้เงิน 1,000 บาทต่อเดือน เพื่อใช้จ่ายในร้านธงฟ้า และกลุ่มนี้ไม่ต้องลงทะเบียน โดยมติคณะรัฐมนตรี จะใช้ข้อมูลจากฐานปัจจุบัน
สำหรับกลุ่มประชาชนทั่วไป จะได้ 60/40 ( รัฐออก 60 ประชาชน 40 ) จำนวน 30 ล้านสิทธิ แต่ครั้งนี้ มีการเปลี่ยนแปลงร้านค้า ที่เป็นภาคบริการ ร้านทำเล็บ ทำผม ร้านนวดสปา ที่เคยได้ในโครงการคนละครึ่งพลัส ที่กระตุ้นเศรษฐกิจครั้งที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้ไม่สามารถเข้าร่วมดครงการได้ เพราะรัฐต้องการให้เงิน 1,000 บาทแต่ละเดือน ใช้เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพไป เพื่อซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างแท้จริง และสามารถจ่ายได้ 200 บาทต่อวัน ย้ำว่า เงิน 1,000 บาท ที่ได้ต่อเดือน ไม่สามารถสะสมได้ ต้องใช้ให้หมดภายในเดือนนั้น หากคิดว่าจะเก็บไว้เป็นก้อน 4,000 บาท แล้วใช้เดือนที่ 4 ไม่สามารถทำได้ สำหรับกลุ่มนี้ จะให้ลงทะเบียน 25-29 พฤษภาคม ตั้งแต่เวลา 06.00-22.00 น.
นายผยง กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับวิธีการลงทะเบียน กลุ่มประชาชนทั่วไป จะได้ 60/40 จำนวน 30 ล้านสิทธิ ที่จะเปิดให้ลงทะเบียน 25-29 พฤษภาคม ตั้งแต่เวลา 06.00-22.00 น. นั้น ลงทะเบียนเหมือนเดิม ภายใต้แบนเนอร์ ไทยช่วยไทยพลัส ในแอปฯ เป๋าตัง คนที่เคยได้รับสิทธิแล้วให้กดยืนยันลงทะเบียน แล้วก็จะได้รับสิทธิ หรือหากไม่เคยใช้มาก่อน เป็นการลงทะเบียนใหม่ จะขึ้นว่ารอผลลงทะเบียน 3 วัน ซึ่งระบบจะมีการไปตรวจเช็คกับข้อมูลของกรมการปกครอง
การลงทะเบียนสำหรับร้านค้า ส่วนร้านค้ากลุ่มเดิมไปที่แอปฯ ถุงเงิน กดไปที่แบนเนอร์ไทยช่วยไทยพลัส กดยืนยันรับเงื่อนไข สามารถพร้อมรับสิทธิในการเป็นร้านค้าเข้าไปในโครงการไทยพลัส
ส่วนร้านค้าใหม่สามารถสมัครเพิ่มเติม โดยจะไปที่ธนาคารกรุงไทยก็ได้ หรือ สมัครช่องทางออนไลน์ก็ได้ สำหรับ food Delivery สามารถสมัครได้ผ่านทางแอปพลิเคชันถุงเงินวันที่ 10 มิถุนายน จะสามารถเข้าไปกดรับสิทธิได้และจะใช้เวลาใน 5 วัน และจะเริ่มใช้ได้วันที่ 15 มิถุนายน 2569