ยกคำร้อง 2 บริษัทใหญ่คดีตึก สตง.ถล่ม ขอศาลลงเดินเผชิญสืบ ตรวจคอนกรีตใหม่ หวั่นกระทบการพิจารณา

ยกคำร้อง 2 บริษัทใหญ่คดีตึก สตง.ถล่ม ขอศาลลงเดินเผชิญสืบ ตรวจคอนกรีตใหม่ หวั่นกระทบการพิจารณา

View icon 63
วันที่ 22 ก.ค. 2569 | 18.15 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ศาลอาญา ยกคำร้อง 2 บริษัทใหญ่คดีตึก สตง.ถล่ม ขอศาลลงเดินเผชิญสืบ ตรวจคอนกรีตใหม่ในต่างประเทศ หวั่นกระทบการพิจารณาผลการตรวจพิสูจน์ในชั้นศาล เเต่จำเลยมีอำนาจส่งตรวจเองได้ 

วันนี้ (22 ก.ค.69) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดสืบพยานโจทก์ ในคดีหมายเลขดำ อ 2201/2568 ที่อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8 ฟ้องนายเปรมชัย กรรณสูต กับพวก 23 ราย เป็นจำเลย ในความผิดฐานเป็นผู้มีวิชาชีพในการออกแบบ ควบคุม ทำการก่อสร้างอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างใดๆ ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือวิธีการอันพึงกระทำการนั้นๆ โดยประการที่น่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่บุคคลอื่น เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จากกรณีตึก สตง.ถล่ม

ในส่วนนายเปรมชัย ศาลอนุญาตให้สืบพยานลับหลังได้ ตามคำร้องที่ว่ามีอาการเจ็บป่วย จึงไม่จำต้องเดินทางมาฟังการพิจารณาที่ศาลอาญา สำหรับคดีนี้จำเลยทั้ง 23 คนให้การปฏิเสธ และโต้แย้งผลตรวจกำลังอัดคอนกรีต ที่โจทก์ฟ้องว่าใช้วัสดุก่อสร้างไม่เป็นไปตามมาตรฐาน  

วันนี้ น.ส.สุภาภรณ์ นิปวณิชย์ อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สำนักงานคดีอาญา 8 นำตัวนายวิชาญ นักวิชาการตรวจเงินแผ่นดินชำนาญการพิเศษ ขึ้นเบิกความ แต่วันนี้พยานยังเบิกความซักค้านทนายจำเลยบางรายไม่เเล้วเสร็จ ศาลจึงนัดสืบพยานปากเดิมในนัดต่อไป

ส่วนประเด็นที่บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) เเละบริษัทไชน่า เรลเวย์ No.10 จำกัด ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลส่งตรวจคอนกรีตใหม่ตามวิธีการที่จำเลยขอ โดยขอให้ศาลส่งวัสดุคอนกรีตไปตรวจใหม่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และจำเลยจะเข้าไปจัดเก็บตัวอย่างคอนกรีตในพื้นที่ตึกถล่ม ในวันที่ 20 ก.ค.นี้ เวลา 09.30 น. และขอให้ศาลหรือผู้เเทนเข้าร่วมกระบวนการเก็บตัวอย่างวัสดุคอนกรีต (เดินเผชิญสืบ) ขณะที่ฝั่งอัยการโจทก์เเละจำเลยบางส่วนแถลงคัดค้าน

ศาลมีคำสั่งสรุปว่า พิเคราะห์คำร้องประกอบคำคัดค้านของคู่ความทุกฝ่ายแล้ว คดีได้ความจากทนายจำเลยที่ 16-22 (ฝ่ายผู้ร้องขอให้ส่งตรวจ) และผู้แทนสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ว่า ปัจจุบันซากอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (หลังใหม่) เป็นกรรมสิทธิ์ของกิจการร่วมค้าไอทีดี-ซีอาร์อีซี(ประกอบด้วยจำเลยที่ 16 และที่ 18 คือ อิตาเลียนไทยฯ เเละไชน่า เรลเวย์ฯ ) ดังนั้น การส่งคอนกรีตซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของซากอาคาร เพื่อตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ จำเลยที่ 16-22 สามารถดำเนินได้ โดยไม่จำต้องได้รับอนุญาตจากศาล

ส่วนการขอให้ศาลเดินเผชิญสืบในขณะที่จำเลยที่ 16-22 เก็บตัวอย่างคอนกรีตเพื่อส่งตรวจพิสูจน์ เห็นว่า การเดินเผชิญสืบตามคำร้องของทนายจำเลยที่ 16-22  มิใช่การขอให้ศาลตรวจสภาพวัตถุพยานโดยตรง แต่เป็นการขอให้ศาลเข้ามีส่วนร่วมในกระบวนการตรวจพิสูจน์วัตถุพยานในขั้นตอนหนึ่งเท่านั้น ทั้งการเก็บตัวอย่างคอนกรีตย่อมถือเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้ว การที่ศาลซึ่งมีหน้าที่ประเมินความน่าเชื่อถือของการตรวจพิสูจน์วัตถุพยานเพื่อนำมาประกอบการวินิจฉัยชี้ขาดคดี เข้าไปมีส่วนร่วมการดังกล่าวด้วยตนเองแม้เพียงบางขั้นตอน อาจกระทบถึงการพิจารณาให้น้ำหนักผลการตรวจพิสูจน์ในชั้นมีคำพิพากษาได้

โดยเฉพาะเมื่อจำเลย 16-22 ตรวจพิสูจน์คอนกรีตด้วยวิธีศิลาวรรณา (การวิเคราะห์ส่วนประกอบ โครงสร้างสร้างเนื้อหิน แร่ธาตุ) แล้วเสร็จ จำเลยที่ 16-22 ย่อมต้องนำสืบพยานผู้เชี่ยวชาญทั้งในส่วนของผลการตรวจพิสูจน์ และกระบวนการตรวจพิสูจน์สำหรับความจำเป็นในการตรวจหารอยแตกขนาดเล็ก (micro crack) ในคอนกรีต ที่อ้างว่าส่งผลกระทบต่อค่ากำลังอัดประลัยของคอนกรีตนั้น

เมื่อจำเลย 16-22 ยกประเด็นเรื่องนี้เป็นข้อต่อสู้ ย่อมมีสิทธินำสืบพยานผู้เชี่ยวชาญเพื่อแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจหารอยแตกขนาดเล็กในคอนกรีต ก่อนนำคอนกรีตตัวอย่างไปตรวจพิสูจน์ ตลอดจนสามารถนำผลการตรวจพิสูจน์ด้วยวิธีศิลาวรรณามาประกอบการนำสืบพยานได้ตามสิทธิ  จึงให้ยกคำร้องของจำเลยที่ 16-22

ข่าวที่เกี่ยวข้อง