ข่าวเย็นประเด็นร้อน - ช่วงนี้พนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน งานหนัก เจอคดีติด ๆ กัน และคดีใหญ่อุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทาง ก็ยังต้องติดตาม ล่าสุด นักข่าวยังดักรอ พนักงานหัวรถจักร และนิติกรรถไฟ หลังแอบเข้าให้ปากคำกับตำรวจ
ที่ สน.มักกะสัน ตลอดทั้งวัน นอกจากญาติผู้เสียชีวิต ตำรวจยังเรียกผู้บาดเจ็บที่ออกจากโรงพยาบาลแล้ว มาสอบปากคำ เพิ่ม 9 คน จากทั้งหมด 14 คน ซึ่งทั้งหมดเป็นคนไทย ส่วนอีก 3 คน เป็นชาวต่างชาติ อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาสอบปากคำ
ส่วนประเด็นเรื่องภาพวงจรปิด ตามที่มีการนำเสนอไปก่อนหน้านี้ว่า พบมีวงจรปิดบางตัว เห็นไกล ๆ ว่าไม่พบ นายสยมพร พนักงานขับรถไฟ อยู่ในห้องควบคุม รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 บอกว่าประเด็นนี้ตำรวจยังไม่ยืนยัน เนื่องจากฝ่ายสืบสวนกำลังเก็บเก็บข้อมูลจากวงจรปิดป้อมรถไฟ 3 ป้อม นำมาตรวจสอบพฤติกรรม นายสยมพร ย้อนหลัง
ขณะที่ประเด็นการสอบปากคำ นายสิริภูมิ ช่างเครื่อง ตำรวจบอกว่าขอไม่เปิดเผย เพราะเกรงว่าจะส่งกระทบต่อรูปคดี และป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายเตรียมคำให้การในชั้นศาล นอกจากนี้ตำรวจยังนำตัว นายสิริภูมิ ไปตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด เบื้องต้นผลการตรวจยังไม่ออก
แม้ตำรวจจะไม่ยอมเปิดเผย มีหลายแหล่งข่าวระบุผลการสอบปากคำ นายสิริภูมิ ช่างเครื่อง บอกว่าก่อนเกิดเหตุประมาณ 500 เมตร ตนเองเห็นรถโดยสารประจำทาง เป็นป้ายโฆษณา แต่พอเข้าใกล้ 300 เมตร เห็นเป็นจอดโดยสารจอดคร่อมราง วินาทีนั้นจึงรีบหันไปบอก นายสยมพร พนักงานขับรถไฟ รีบดึงเบรกมือแต่ก็ไม่ทัน เกิดอุบัติเหตุเสียก่อน
นอกจากนี้คำให้การของ นายสิริภูมิ ยังบอกอีกว่า นายสยมพร พนักงานขับรถไฟ ไม่ได้นำวิทยุสื่อสารติดตัวมาจาก สถานีแหลมฉบัง เลยยืมวิทยุสื่อสารของตน จึงไม่ทราบว่าก่อนเกิดเหตุ นายสยมพร จะได้ยินเสียงวิทยุสื่อสารที่พนักงานประจำสถานีแจ้งหรือไม่ เนื่องจากเสียงบนหัวจักรดังมาก
ส่วนอาการของ นายสยมพร วันเกิดเหตุ จากการพูดคุยกับ นายสิริภูมิ มีการตอบโต้กัน แต่บางครั้งก็นิ่งไปเฉย ๆ จึงประเมินว่า ความสามารถการขับขี่ นายสยมพร อาจเหลือเพียง 60%
สำหรับ พนักงานหัวจักร และนิติกรรถไฟ เนื่องจากมีคดีรถไฟเฉี่ยวไรเดอร์ จึงมีนักข่าวและตำรวจบางส่วนตามไปที่เกิดเหตุ มารู้ตัวอีกทีตำรวจบอกว่า พนักงานหัวจักร และนิติกรรถไฟ พาเข้าไปสอบปากคำแล้ว แต่จากการสังเกตห้องสืบสวนก็ไม่มีใครอยู่ จึงไม่ทราบว่าพาไปสอบที่ใด