วันนี้ (19 พ.ค. 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดย ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยาปฏิบัติการบุกทลายแหล่งจัดเก็บและกระจายสินค้ายาย้อมผมเถื่อนไร้เลขจดแจ้งรายใหญ่ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี ตรวจยึดของกลางกว่า 2,000 ชิ้น
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดตรวจยึด นำโดย พ.ต.ท.ชยเชษฐ์ อิทธิยาภรณ์ สว.กก.4 บก.ปคบ. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. และเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
สืบเนื่องจากที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ มีผู้บริโภคซื้อผลิตภัณฑ์ยาย้อมผมยี่ห้อหนึ่ง ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งในโฆษณาพยายามสร้างความน่าเชื่อถือด้วยการอ้างว่าเป็น “ยาย้อมผมสมุนไพร ใช้สารสกัดจากธรรมชาติ 100% ไร้สารเคมี”
แต่เมื่อนำมาใช้งานจริงกลับแล้วแพ้รุนแรงบริเวณหนังศีรษะเกิดอาการบวม แดง และมีน้ำเหลืองไหลเยิ้มจนนอนไม่ได้ และกระทบต่อใช้ชีวิตประจำวันเมื่อตรวจสอบพบว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไม่มีเลขจดแจ้งจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แต่อย่างใด
กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคและสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จึงได้เร่งสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจนทราบสถานที่จัดเก็บผลิตภัณท์ดังกล่าว
ต่อมาในวันที่ (18 พ.ค. 69) เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ร่วมกับ อย. ได้นำหมายค้นของศาลจังหวัดธัญบุรี เข้าตรวจค้นโกดังแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พบ นายศรีวิชัย อายุ 30 ปี เป็นผู้นำตรวจค้น ตรวจยึดผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางไม่ขึ้นทะเบียน ยี่ห้อหนึ่ง จำนวน 2,000 ชิ้น ส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. ดำเนินคดี
โดย นายศรีวิชัย กล่าวอ้างว่า เมื่อหลายเดือนก่อนมี "หญิงชาวจีน" มาติดต่อว่าจ้างให้ตนทำหน้าที่คอยแพ็คสินค้าและส่งให้ลูกค้าชาวไทยตามออเดอร์ของร้านค้าออนไลน์ใน TikTok
โดยหญิงชาวจีนอ้างว่าเป็นสินค้าทั่วไปที่ได้มาตรฐาน ทันทีที่ปรากฏข่าวว่ามีผู้ใช้แล้วแพ้รุนแรง ตนตกใจและพยายามติดต่อเจ้าของร้านชาวจีน แต่ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย และปัจจุบันร้านค้าดังกล่าวปิดหนีไป โดยตนเป็นเพียงผู้รับจ้างเก็บและแพ็คสินค้าชั่วคราวเท่านั้น
จากการตรวจสอบพบว่าปัจจุบันกลุ่มนายทุนผู้นำเข้าหรือผู้ขายสินค้าเถื่อนที่ไม่มีการจดแจ้ง มักใช้โมเดล "กระจายความเสี่ยง" โดยการนำสินค้าไปฝากไว้ตามโกดังต่าง ๆ ให้คนไทยแพ็กส่งสินค้าแทน เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบและการจับกุมโดยตรงของเจ้าหน้าที่
เบื้องต้นผลิตภัณฑ์ที่ตรวจยึด พนักงานสอบสวนจะส่งตรวจพิสูจน์กับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข หากพบวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง จะเป็นความผิดเพิ่มเติมตาม พ.ร.บ. เครื่องสำอาง ฐาน “ขายเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยในการใช้” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2558
1. ฐาน “ขายเครื่องสำอางที่มิได้จดแจ้ง” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 เดือนหรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2. ฐาน “ขายเครื่องสำอางที่ไม่มีฉลากภาษาไทย” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือนหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่าจากกรณีที่พบผู้บริโภค ใน จ.ราชบุรี ใช้ยาย้อมผมยี่ห้อดังกล่าว ที่ซื้อจากออนไลน์โดยอ้างว่าเป็นสารสกัดธรรมชาติ แต่หลังย้อมเพียง 5 นาที เกิดอาการแพ้อย่างรุนแรง ทั้งแสบคัน หนังศีรษะบวม น้ำเหลืองไหล และผมร่วง จนต้องเข้ารักษาที่โรงพยาบาล
ขณะที่แพทย์ไม่สามารถระบุสารที่แพ้ได้ เนื่องจากผลิตภัณฑ์ไม่มีฉลากภาษาไทยนั้น อย.ได้ตรวจสอบพบว่า ยาย้อมผมดังกล่าวเป็นผลิตภัณฑ์ที่ลักลอบนำเข้า ไม่ผ่านด่าน อย. และไม่มีฉลากภาษาไทย
โดยเมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไม่เคยยื่นขออนุญาตนำเข้าผ่านด่านอาหารและยาแต่อย่างใด
และในวันที่ (18 พ.ค. 69) อย.ร่วมกับตำรวจสอบสวนกลาง กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (กก.4 บก.ปคบ) ได้เข้าตรวจค้นโกดังตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี
จากการตรวจสอบพบของกลางผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมายเป็นจำนวนมาก จึงได้ยึด อายัด มากกว่า 2,000 ชิ้น