ห้องข่าวภาคเที่ยง - ตามความคืบหน้าเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทาง บริเวณแยกมักกะสัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 คน ล่าสุดสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ สามารถยืนยันเอกลักษณ์บุคคลได้แล้ว 6 คน เหลืออีก 2 คน รอพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล
บรรยกาศรับศพ ที่นิติเวชโรงพยาบาลตำรวจเมื่อวานนี้ เป็นไปด้วยความโศกเศร้า เพราะคนในครอบครัวผู้เสียชีวิต ต่างไม่มีใครทำใจยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ คนเป็นแม่เข้าแทบทรุด ไม่คิดว่าต้องมาเจอเหตุการณ์เช่นนี้ เคาะโลงศพเรียกลูกชาย "น้องขนุน" หนุ่มนักศึกษาอายุ 22 ปี กลับบ้านเรา
แม่กอดรูปลูกชาย นายธนัฐพิพัฒน์ อายุ 22 ปี หรือ "น้องขนุน" นักศึกษาชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยศิลปากร หนึ่งในผู้เสียชีวิต เปิดใจทั้งน้ำตาว่า ลูกชายเป็นเด็กดี เรียนเก่ง ชอบเล่นกีฬา และเป็นที่รักของเพื่อนฝูง แม้จะมีโรคประจำตัว ผ่านการผ่าตัดมาแล้วถึง 6-7 ครั้ง แต่ก็สู้ชีวิตมาโดยตลอด
แล้วปกติลูกชายมักขับรถยนต์ส่วนตัว แต่ไม่ทราบว่าทำไมวันเกิดเหตุจึงเลือกขึ้นรถโดยสารไปหาเพื่อน พร้อมยอมรับว่ายังคาใจกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น เพราะมองว่าเป็นความประมาทที่ไม่ควรเกิด
นายสันติ พ่อของ "น้องขนุน" ตำหนิระบบการทำงานและการแสดงความรับผิดชอบของการรถไฟแห่งประเทศไทยอย่างรุนแรง โดยบอกว่า ตั้งแต่เกิดเหตุ ตนไม่ได้ยินคำว่าแสดงความเสียใจเลยแม้แต่คำเดียวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย
หากถามถึงความคุ้มค่าของการเยียวยา ขอบอกเลยว่าไม่มีทางคุ้มค่า ต่อให้มีคนเอาเงินมาให้ตน 5 ล้านบาท แล้วมาฆ่าลูกชายตน ตนก็ไม่เอา
ทางครอบครัว ได้นิมนต์พระสงฆ์ 1 รูป เพื่อทำพิธีเชิญดวงวิญญาณน้องขนุนบริเวณจุดเกิดเหตุ ก่อนนำร่างกลับไปบำเพ็ญกุศลที่วัดคลองหนึ่ง อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี
ขณะที่ ครอบครัวของ นางสาววิภารักษ์ หรือ น้องโรส อายุ 25 ปี ทำพิธีเชิญดวงวิญญาณ ตามความเชื่อ เมื่อมาถึงทางครอบครัวก็จุดธูป และเรียกชื่อน้องด้วยเสียงสั่นครือ ขอให้กลับบ้านไปด้วยกัน
เช้าวันนี้ ศพของ "น้องโรส" เดินทางกลับมาสู่อ้อมกอดของครอบครัวแล้ว ท่ามกลางบรรยากาศอันแสนโศกเศร้าที่วัดดอนสวรรค์ อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี
ญาติพี่น้อง ชาวบ้าน และผู้นำชุมชนร่วมกันจัดเตรียมงานสวดอภิธรรมศพด้เวยความอาลัย เพราะน้องโรสเป็นเด็กขยัน อัธยาศัยดี และเป็นที่รักของทุกคน
แม่บุญธรรมเผยทั้งน้ำตาว่า น้องโรสเป็นเสาหลักของครอบครัว ทำงานประจำและหารายได้เสริมเป็นดีเจ เพื่อช่วยดูแลคนในบ้านมาโดยตลอด แต่อนาคตที่กำลังสดใส ต้องมาสิ้นสุดลงจากเหตุการณ์ครั้งนี้
บรรยากาศงานศพของ "นางเอื้อง" ที่วัดหนามแดง ตำบลบางแก้ว อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวานนี้ ทันทีเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู นำร่างเดินทางมาถึงวัด ทั้งลูกชายและญาติต่างพากันร้องไห้ โผเข้ากอดโลงศพของนางเอื้องทันทีที่รถจอดเทียบศาลาสดวพระอภิธรรม
ด้าน นายอนุสรณ์ มโนแจ่ม อายุ 46 ปี ลูกชายของนางเอื้อง บอกว่า ปกติแล้ว แม่จะโดยสารรถเมล์ไปทำงานนอกบ้าน วันจันทร์ถึงวันศุกร์ ซึ่งตอนเกิดเหตุทุกคนมั่นใจว่าจะปลอดภัย แต่สุดท้ายก็ไม่มีปาฏิหาริย์ แล้ววันเกิดเหตุคือวันเกิดของแม่ด้วย ตนเตรียมเค้กก้อนเล็ก ๆ ไว้เซอร์ไพรส์วันเกิดให้แม่ รอแม่กลับมาเป่าเค้ก
สำหรับการสวดพระอภิธรรม ทางครอบครัวตั้งบำเพ็ญกุศลศพของนางเอื้องจนถึง คืนวันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคมนี้ จากนั้นจะมีการฌาปนกิจศพ วันเสาร์ที่จะถึงเวลา 17.00 น.