ห้องข่าวภาคเที่ยง - ตำรวจ เลื่อนการให้ข้อมูลด้านคดีอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทาง เป็นช่วงเย็น เนื่องจากญาติผู้เสียชีวิต มาทำพิธีเชิญดวงวิญญาณ เพิ่มอีก 3 ครอบครัว
บรรรยากาศ ที่ สน.มักกะสัน เช้านี้ ไม่มีความเคลื่อนไหวด้านคดี เนื่องจากชุดสืบสวนเตรียมทดลองขึ้นรถไฟไปยังสถานีมักกะสัน เพื่อทดสอบการให้สัญญาณ
ส่วนผลการสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องในคดี 2 คน เมื่อวานนี้ หนึ่งในนั้น คือ "คนดูแลหัวรถจักร" ตำแหน่งคือ สารวัตรงานหัวรถจักรบางซื่อ หัวหน้าแผนกบริหารทางเทคนิค ด้านการลากเลื่อน ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของ "นายสยมพร" คนขับรถไฟ และ "นายสิริภูมิ" ช่างเครื่อง บอกว่า "นายสยมพร" มีประสบการณ์ขับในเส้นทางนี้มาแล้ว 58 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2566
ส่วนช่างเครื่อง เพิ่งมาทำงาน เพียงแค่ 14 วัน และขึ้นขบวนรถคันเกิดเหตุ เป็นครั้งที่ 2 ขณะที่อีกคนที่ถูกตำรวจเชิญตัวมาสอบปากคำ คือ "เจ้าหน้าที่อาณัติสัญญาณ" ให้การยืนยันว่าอุปกรณ์การให้สัญญาณไม่ได้ขัดข้องสามารถใช้งานได้ตามปกติ
หลังเกิดเหตุมีประเด็นมากมายแตกในทางคดี และการสูญเสีย แต่ต้นเหตุจริง ๆ ของปัญหานอกเหนือจากปัญหาโครงสร้าง และผังเมือง คือ สามัญสำนึกด้านวินัยจราจร โดยเฉพาะประชาชนในกรุงเทพฯ
ซึ่งปัญหานี้ต้องวอน ตำรวจ สน.มักกะสัน ช่วยเอาจริงเอาจัง ไม่เพียงแต่เฉพาะจุดนี้เท่านั้น ยังรวมไปถึงจุดอื่น ๆ ในกรุงเทพฯ จับปรับผู้ฝ่าฝืนเพื่อจะได้หลาบจำ
อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุ ตำรวจได้เรียกเจ้าของรถที่จอดคร่อมรางรถไฟในวันเกิดเหตุ รวมทั้งสิ้น 32 คน มาชำระค่าปรับคนละ 500 บาท ซึ่งปัจจุบันมาชำระค่าปรับแล้ว 5 คน เหลืออีก 27 คน ยังไม่มาชำระค่าปรับ ตำรวจยังตรวจสอบกล้องวงจปิดย้อนหลังเพื่อเอาผิดผู้ฝ่าฝืนจราจร