เหลือ 2 บาท ก็เอา แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกซ้อนหลอก หนุ่มนักศึกษาวัย 19 ปี ตกเป็นผู้ต้งหาบัญชีม้า

เหลือ 2 บาท ก็เอา แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกซ้อนหลอก หนุ่มนักศึกษาวัย 19 ปี ตกเป็นผู้ต้งหาบัญชีม้า

View icon 71
วันที่ 21 พ.ค. 2569 | 08.26 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
เหลือ 2 บาท ก็ยังจะเอา อีกแล้วแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกซ้อนหลอก อ้างเป็น ปปง. จับมือดีเอสไอ หลอกหนุ่มอุดรธานี วัย 19 ปี โอนเงินผ่านบัญชีจากคนที่หลอกมา 1.1 ล้านบาท สุดแสบขอตรวจสอบเงิน 2.99 บาท ก็ยังเอาเข้าบัญชี กลายเป็นผู้ต้องหาบัญชีม้า ซ้ำพิรุธเจ้าของเงินล้านที่ถูกหลอก ไกล่เกลี่ยขอคืนแค่ 4 แสนบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 69 ที่ผ่านมา นายนัฐ อายุ 19 ปี นักศึกษา ชาว อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี แต่ไปเรียนที่กรุงเทพฯ เดินทางพร้อมผู้ปกครองเข้าร้องเรียนขอความช่วยเหลือจาก นายวีระพล รักเสมอวงศ์ นายกเทศบาลเมืองบ้านดุง และผู้สื่อข่าวที่ จ.อุดรธานี แจ้งว่า ถูกหลอกจากแก๊งคอลเซนเตอร์ ให้โอนเงินที่ไปหลอกอีกคนมาแล้วให้โอนไปอีก 3 บัญชี สุดท้ายเป็นผู้ต้องหาไปด้วย

นายนัฐ บอกว่า เมื่อเดือน ธ.ค.68 ที่ผ่านมา ได้มีคนโทรศัพท์มาอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ปปง. กล่าวหาว่าตนมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงินของ นายเอกชาติ หรือ เอ็ม พร้อมกับส่งรูปมาให้ดู ตนบอกว่าไม่รู้จัก โดยเขาวิดีโอคอลเห็นเป็นใส่ชุดตำรวจด้วย อ้างว่าตนเอาข้อมูลส่วนตัวไปเปิดสมุดบัญชีธนาคารแห่งหนึ่ง ที่ จ.หนองบัวลำภู จากนั้นก็โอนสายให้กับเจ้าหน้าดีเอสไส ก็สอบถามข้อมูลเหมือนจริงทุกอย่าง ตอนแรกยังไม่เชื่อ เขาก็ให้ตนส่งหมายเลขทรูมันนีให้ จากนั้นเขาก็ระงับได้ จึงทำให้ตนหลงเชื่อ เพราะเขาทำได้หลายอย่าง มีเอกสารเหมือนเจ้าหน้าที่จริง ๆ

ต่อมาก็ให้ตนโอนเงินไปตรวจสอบ ว่าเป็นเงินผิดกฎหมายหรือไม่ ครั้งแรกโอนเงินไป 1,500 บาท เป็นเงินที่แม่ส่งมาให้รายสัปดาห์ และเงินอีกบัญชีจำนวน 2.99 บาท ไปยังบัญชีธนาคารชื่อบัญชี สำนักงาน ปปง. ยิ่งทำให้หลงเชื่อมากขึ้น และเขาก็บอกว่ากำลังตรวจสอบ ว่าจะมีเจ้าหน้าที่ธนาคารร่วมด้วยไหม เจ้าหน้าที่ดีเอสกำลังจับตาเจ้าหน้าที่ธนาคารอยู่ ก่อนจะบอกว่าจะมีเงินเข้าบัญชี ยอดแรก 901,111 บาท ยอดที่สอง 151,196 บาท และ 49,999 บาท รวมเป็นเงิน 1,102,306 บาท แล้วให้ตนโอนไป 3 บัญชี ซึ่งตนก็ทำตาม เพราะคิดว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริง ๆ จากนั้นไม่นานก็ติดต่อไม่ได้

เมื่อรู้ว่าถูกหลอกให้โอนเงิน ตนจะไปปิดบัญชีธนาคาร ทางเจ้าหน้าที่ธนาคารก็แจ้งบัญชีถูกอายัดแล้ว โดยตำรวจ สภ.ห้วยผึ้ง จ.กาฬสินธุ์ ให้รีบไปติดต่อตำรวจ ทางพ่อ แม่ และตนจึงเดินทางไปที่ สภ.ห้วยผึ้ง ก็พบผู้เสียหายเจ้าของเงินล้านกว่าบาท โดยเขาบอกว่า เขามาแจ้งความแล้ว ต้องการไกล่เกลี่ย โดยมีตำรวจเจ้าของคดีเป็นคนไกล่เกลี่ยขอเงินคืนจากล้านกว่าบาทเป็น 400,000 บาท แต่ครอบครัวตนไม่มีเงิน อีกอย่างก็โดนหลอกด้วย จึงอยากขอความเป็นธรรม

ขณะเดียวกัน ตำรวจ สภ.ห้วยผึ้ง ได้แนะนำให้ไปแจ้งความกับตำรวจในพื้นที่รังสิต เพราะถูกหลอกเหมือนกัน แต่ทางผู้เสียหายเจ้าของเงินล้านกว่าบาทไม่ยอมท่าเดียว จะเอาเงินจากตนให้ได้ ตนเสียใจมากไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ ไม่รู้จะหาเงินที่ไหนจ่าย เพราะโดนหลอกเหมือนกัน

อย่างไรก็ตาม นายภาณุมาศ จิตรวศินกุล เจ้าของเพจเฮียเปี๊ยกช่วยด้วย ได้แนะนำอย่าเพิ่งจ่ายเงินเด็ดขาด ถึงจะมีหรือไม่มีเงินก็ตาม เพราะไม่แน่ใจว่าคนต้นทางเป็นพวกเดียวกันหรือไม่ และที่ผิดสังเกตคือจากเจ้าของเงินใน อ.ห้วยผึ้ง จ.กาฬสินธุ์ ที่กล่าวอ้างว่าโดนหลอกสูญเงินไปล้านกว่าบาท จะขอคืน 400,000 บาทเท่านั้น ยิ่งน่าสงสัย ให้ตั้งทนายสู้คดีในชั้นศาลจะดีกว่า เพราะโดนแก๊งคอลเซนเตอร์หลอกเหมือนกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง