ชาวบ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้วกลับทำนาริมถนนศรีเพ็ญ หลังทหารไทยเจรจากัมพูชาถอยร่น 300 เมตร ชาวบ้านยังไม่ไว้วางใจ แต่อุ่นใจขึ้นเพราะทหารไทยดูแลเข้ม
วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 บรรยากาศบริเวณถนนศรีเพ็ญ พื้นที่แนวชายแดนไทย–กัมพูชา ในช่วงเช้าวันนี้ เริ่มกลับมามีความเคลื่อนไหวอีกครั้ง หลังจากเมื่อวานที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายไทยได้มีการเจรจากับฝ่ายทหารกัมพูชา จนสามารถตกลงร่วมกันได้ ก่อนที่ฝ่ายกัมพูชาจะยอมถอยร่นกำลังออกจากจุดปัญหาประมาณ 300 เมตร ส่งผลให้สถานการณ์ในพื้นที่เริ่มคลี่คลายลงในระดับหนึ่ง
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พบว่าตั้งแต่ช่วงเช้า ชาวบ้านและเกษตรกรในพื้นที่ต่างทยอยเดินทางกลับเข้าพื้นที่ทำกินบริเวณริมถนนศรีเพ็ญกันอย่างต่อเนื่อง หลายคนเริ่มนำรถไถ ถังพ่นยา และอุปกรณ์ทางการเกษตรเข้ามาปรับพื้นที่ เตรียมเพาะปลูกในฤดูกาลทำนาที่กำลังจะมาถึง บางรายนำวัวเข้ามาปล่อยกินหญ้าตามแนวพื้นที่เกษตรเหมือนเช่นในอดีต ท่ามกลางการดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ทหารไทยที่ยังคงตรึงกำลังลาดตระเวนตลอดแนวชายแดน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน
ลุงสิงห์ อายุ 60 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งกำลังฉีดยาฆ่าหญ้าริมคันนา เพื่อเตรียมนำรถไถเข้ามาไถพื้นที่กว่า 25 ไร่สำหรับปลูกข้าว เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากมีการพูดคุยระหว่างทหารไทยและทหารกัมพูชา ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น เพราะก่อนหน้านี้หลายคนไม่กล้าเข้าพื้นที่ เนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัย
ลุงสิงห์กล่าวว่า แม้สถานการณ์จะดีขึ้น แต่ชาวบ้านจำนวนมากก็ยังไม่สามารถไว้วางใจฝ่ายกัมพูชาได้ทั้งหมด เพราะที่ผ่านมาเกิดเหตุเผชิญหน้าหลายครั้ง จึงยังต้องอาศัยการดูแลของเจ้าหน้าที่ทหารไทยอย่างใกล้ชิด “ตอนนี้รู้สึกสบายใจขึ้นเยอะ เพราะทหารไทยยังลงมาดูแลชาวบ้านตลอดแนวชายแดน ทำให้เรากล้ากลับมาทำไร่ทำนา แต่ก็ยังต้องระวังตัว เพราะไม่รู้ว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนอีกเมื่อไหร่”
ลุงสิงห์กล่าว ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ตลอดแนวถนนศรีเพ็ญ ยังคงมีเจ้าหน้าที่ทหารไทยคอยเฝ้าระวังและดูแลความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง โดยมีการกระจายกำลังตามจุดสำคัญ เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดคิดและสร้างความอุ่นใจให้กับประชาชนที่กลับเข้าพื้นที่ทำกิน
อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์จะเริ่มคลี่คลาย แต่ชาวบ้านในพื้นที่ยังคงใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวัง พร้อมติดตามความเคลื่อนไหวบริเวณชายแดนอย่างใกล้ชิด ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารไทยยังคงตรึงกำลังและลาดตระเวนอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์กระทบกระทั่งซ้ำอีกครั้ง และสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตและประกอบอาชีพได้ตามปกติอีกครั้งหนึ่ง