กลุ่มญาติไม่พอใจทางการดีอาร์คองโก ไม่ส่งมอบร่างผู้เสียชีวิตที่ต้องสงสัยว่าติดเชื้อไวรัสอีโบลา ไปประกอบพิธีทางศาสนา จึงบุกเผาเต็นท์ศูนย์กักกันและรักษาผู้ป่วยติดเชื้ออีโบลา
วันนี้ (22 พ.ค. 69) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุจลาจลรุนแรงขึ้นในเมืองรวามปารา จังหวัดอิตูรี ทางตะวันออกของประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก หรือ ดีอาร์คองโก ซึ่งเป็นศูนย์กลางการระบาดของเชื้อไวรัส “อีโบลา”
โดยฝูงชนจำนวนมากซึ่งเป็นญาติของชายคนหนึ่งที่ต้องสงสัยว่าเสียชีวิจจากการติดเชื้อไวรัสอีโบลา ได้ก่อเหตุจุดไฟเผาเต็นท์กักโรคผู้ป่วยและบุกเข้าโจมตีโรงพยาบาลท้องถิ่น เนื่องจากไม่พอใจในขั้นตอนการจัดการศพ เพราะไม่ได้นำศพไปฝังเองตามพิธี
ทางผู้อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า ฝูงชนได้มารวมตัวกันที่หน้าโรงพยาบาลเพื่อขอรับศพชายคนดังกล่าว จนเหตุการณ์บานปลาย เกิดการปะทะกันอย่างรุนแรง และฝูงชนเริ่มขว้างปาสิ่งของใส่โรงพยาบาล ก่อนจะจุดไฟเผาเต็นท์ที่ใช้เป็นพื้นที่คัดแยกผู้ป่วยอีโบลา ทางตำรวจต้องยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อสลายฝูงชน ซึ่งเหตุการณ์จลาจลดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้รับบาดเจ็บจากการถูกขว้างก้อนหินก่อนเจ้าหน้าที่จะเข้าควบคุมสถานการณ์ ส่วนเต็นท์ถูกเพลิงไหม้จนเหลือแต่เถ้าถ่าน ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเข้าตรวจสอบความเสียหาย นอกจากนี้มีรายงานรถพยาบาล 1 คันถูกรุมโจมตีด้วยเช่นกัน
ด้านเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ย้ำว่า ขั้นตอนการทำศพอย่างปลอดภัยและถูกหลักอนามัย ถือเป็นหัวใจสำคัญในการยับยั้งการแพร่ระบาด เนื่องจากเชื้ออีโบลาสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วผ่านการสัมผัสร่างของผู้เสียชีวิตโดยตรง ซึ่งการฝังศพตามธรรมเนียมของชาวบ้าน มีความเสี่ยงที่จะทำให้การแพร่ระบาด ลุกลามไปยังผู้ที่มาร่วมงานศพ
ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานพบผู้ป่วยต้องสงสัยติดเชื้อแล้วกว่า 600 คน และมีผู้เสียชีวิตที่คาดว่าเกี่ยวเนื่องกับไวรัสนี้อีกกว่า 140 คน ทั้งในดีอาร์คองโกและยูกานดา