เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา มีข่าวว่า ประชาชนหลายคนที่เตรียมลงทะเบียนใช้สิทธิ ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) เจอปัญหาในแอปฯเป๋าตัง ทั้ง สแกนใบหน้าใช้งานไม่ได้ เบอร์โทรศัพท์ที่ลงทะเบียนไว้ไม่ตรงกับชื่อผู้ใช้งาน มือถือบางรุ่นที่ไม่รองรับการใช้งานแอปพลิเคชัน ทีมข่าว รวมรวบข้อมูลที่เกี่ยวกับการใช้งานแอปฯเป๋าตังมาแชร์กัน เผื่อจะช่วยแก้ปัญหา หรือ ตอบคำถามเบื้องต้นได้
สำหรับระบบปฏิบัติการโทรศัพท์มือถือ ที่สามารถใช้งานแอปฯ เป๋าตัง ได้ ต้องเป็น สมาร์ทโฟนที่มีระบบปฏิบัติการ Android Version 10.0 ขึ้นไป และระบบ iOS Version 15.0 ขึ้นไป
กรณีเคยได้สิทธิคนละครึ่ง พลัส มาก่อน แต่ลบแอปฯ เป๋าตังไป และปัจจุบันเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ใหม่แล้ว ยังสามารถรับสิทธิโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ได้ โดยประชาชนต้องลงทะเบียน และยืนยันตัวตนสำหรับบริการ G Wallet บนแอปฯเป๋าตังใหม่อีกครั้ง
กรณีเปลี่ยนชื่อ หรือนามสกุล ชื่อที่แสดงบน G Wallet จะเป็นข้อมูลใหม่ แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบกับการใช้สิทธิ เพราะสิทธิดังกล่าว ยึดจากหมายเลขบัตรประชาชน 13 หลัก
กรณีสแกนใบหน้าในแอปฯเป๋าตัง ไม่สำเร็จ สามารถติดต่อได้ 2 ช่องทาง คือ ติดต่อธนาคารกรุงไทยทุกสาขา พร้อมบัตรประชาชนตัวจริง หรือ ไปที่ตู้เอทีเอ็ม ธนาคารกรุงไทยสีเทา ที่สามารถยืนยันตัวตนได้ พร้อมบัตรประชาชนตัวจริง
ช่องทางการยืนยันตัวตนเพื่อผูก G Wallet บนแอปฯเป๋าตัง มี 1 ช่องทาง คือ การยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้า
วิธีลงทะเบียน G Wallet บนแอปฯ เป๋าตัง มีขั้นตอน ดังนี้
- ดาวน์โหลดติดตั้งแอปฯ เป๋าตังสำเร็จ
- เลือก G Wallet เลือก "สมัครใช้บริการ"
- กด ยินยอม การจัดการข้อมูลยืนยันตัวตน
- ถ่ายบัตรประชาชน และกรอกข้อมูลตามขั้นตอน
- เลือกวิธีการยืนยันตัวตน "สแกนใบหน้า"
- สแกนใบหน้า ตรวจสอบและยืนยันข้อมูล
- เข้าสู่หน้าหลัก เริ่มการใช้งาน
ถ้ายืนยันตัวตนไม่ผ่าน ติดต่อธนาคารกรุงไทยทุกสาขา พร้อมบัตรประชาชนตัวจริง หรือ ไปที่ตู้เอทีเอ็ม ธนาคารกรุงไทยสีเทา ที่สามารถยืนยันตัวตนได้ พร้อมบัตรประชาชนตัวจริง