กรมการกงสุลแจ้งเตือนคนไทยขอให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยัง คองโก-ยูกันดา  หากไม่มีความจำเป็น เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ ไวรัสอีโบลา

กรมการกงสุลแจ้งเตือนคนไทยขอให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยัง คองโก-ยูกันดา หากไม่มีความจำเป็น เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ ไวรัสอีโบลา

View icon 13
วันที่ 23 พ.ค. 2569 | 10.30 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
กรมการกงสุลแจ้งเตือนคนไทยขอให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยัง สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และ สาธารณรัฐยูกันดา หากไม่มีความจำเป็น เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ ไวรัสอีโบลา

วันนี้ (23 พ.ค. 69) กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกประกาศคำแนะนำในการเดินทางไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและสาธารณรัฐยูกันดา 
     
ตามที่องค์การอนามัยโลกได้ประกาศพบการระบาดของไวรัสอีโบลา (Ebola) ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและสาธารณรัฐยูกันดาเมื่อวันที่ (17 พ.ค. 69) และกระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศให้ทั้งสองประเทศเป็นเขตติดโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาเมื่อวันที่ (20 พ.ค. 69) ด้วยแล้ว นั้น
      
โดยทาง​กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ขอแนะนำให้คนไทยหลีกเลี่ยงการเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยงข้างต้น หากไม่มีความจำเป็น สำหรับผู้ที่มีความจำเป็นต้องเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง รวมถึงผู้ที่พำนักอยู่ในพื้นที่เสี่ยงอยู่แล้ว

ขอให้เพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติตนโดยติดตามข่าวการแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลา จากทางการท้องถิ่นและแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถืออย่างใกล้ชิดรักษาสุขอนามัย โดยล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำสบู่หรือแอลกอฮอล์ สวมหน้ากากอนามัยเมื่อเดินทางเข้าพื้นที่เสี่ยงหรือมีผู้คนหนาแน่น

หลีกเลี่ยงการสัมผัสและใกล้ชิดกับเลือด น้ำลาย เสมหะ เสื้อผ้า สิ่งของของผู้ป่วย ไม่สัมผัสสัตว์ป่า เช่น ค้างคาวผลไม้และลิง รวมถึงสัตว์ป่าที่ป่วยหรือตาย และสังเกตอาการป่วยของตนเองเพื่อการรักษาพยาบาลอย่างทันท่วงที

ทั้งนี้ ผู้ที่เดินทางจากพื้นที่เสี่ยงเข้าประเทศไทยจะต้องปฏิบัติตามมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด
    
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการเดินทาง สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ที่เว็บไซต์กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ที่ https://ddc.moph.go.th หรือสอบถามสายด่วน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข หมายเลข 1422 และกรณีผู้ที่พำนักในพื้นที่เสี่ยงต้องการขอรับความช่วยเหลือเร่งด่วน สามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไนโรบีได้ที่หมายเลข +254 733 145 145 หรือสายด่วน Call Center กรมการกงสุล ที่หมายเลข 0-2572-8442 ตลอด 24 ชั่วโมง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง