ทลายนอมินีต่างด้าว ฮุบเกาะพะงัน ค้น 32 บริษัท จับ 21 คน

ทลายนอมินีต่างด้าว ฮุบเกาะพะงัน ค้น 32 บริษัท จับ 21 คน

View icon 28
วันที่ 23 พ.ค. 2569 | 14.05 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ปัดกวาดเกาะพะงัน เฟส 2 ทลายนอมินีต่างด้าว ค้น 32 บริษัท จับต่างชาติ 21 คน พบชาวอิสราเอล ตั้งบริษัทเปิดสอนโยคะ-ขายอาหาร ครอบครองที่ดิน 8 แปลง หุ้นส่วนคนไทยไม่ได้ลงทุนจริง 

วันนี้ (23 พ.ค.69) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่จากหน่วยต่างๆ ปฏิบัติการ “ทลายนอมินีต่างด้าวเกาะพะงัน” ครั้งที่ 2 ใดยในครั้งนี้ เป็นการต่อยอดจาก การปฏิบัติการเมื่อวันที่ 13 พ.ค.69 เพื่อมุ่งเป้าดำเนินคดีกับกลุ่ม  คนต่างด้าวที่ใช้บริษัทนอมินีในการกว้านซื้อและครอบครองที่ดิน บนเกาะพะงัน (กลุ่มปลายน้ำ)  

ตำรวจนำหมายศาลเข้าตรวจค้น บริษัทใน ต.เกาะพะงัน เปิดสอนโยคะและจำหน่ายอาหาร ตามที่ได้สืบสวนพบว่า บริษัทดังกล่าว  มีทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท ถือครองที่ดิน 8 แปลง เนื้อที่ประมาณ 7.5 ไร่ มูลค่าประมาณ 60 ล้านบาท มีคนไทยถือหุ้นร่วมกับ นายอิชาย (สงวนนามสกุล) สัญชาติอิสราเอล เกินกว่าร้อยละ 50 ทำให้บริษัทถือสัญชาติไทย แต่ในความเป็นจริง มีนายอิชายเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว แต่ได้ใช้ชื่อคนไทยถือหุ้นแทน (นอมินี)  โดยไม่ได้มีการลงทุนจริง

ทั้งนี้การตรวจพบความผิดแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้ 

กลุ่มที่ 1 บริษัทที่มีพฤติการณ์เป็นนอมินี 32 บริษัท ที่ดิน 45 แปลง เนื้อที่กว่า 40 ไร่ ศาลอนุมัติ หมายจับ 45 หมายจับ ศาลอนุมัติหมายค้น 15 หมายค้น สามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวต่างชาติได้ 21 คน นำตัวส่งพนักงาน สอบสวน สภ.เกาะพะงัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย 

กลุ่มที่ 2 กลุ่มบริษัทที่ครอบครองที่ดิน ซึ่งมีจำนวนคนต่างชาติถือหุ้นมากกว่ากึ่งหนึ่ง จำนวน 32 บริษัท ที่ดิน 38 แปลง จำนวน 38 ไร่ 7.5 ตร.ว. ศาลได้อนุมัติหมายค้น 21 หมาย เพื่อเข้าตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐานและเชิญตัวผู้เกี่ยวข้องมาสอบสวนปากคำ เกี่ยวกับการถือครองที่ดินในนามของทั้ง 32 บริษัท

นอกจากนี้ การตรวจสอบพื้นที่และกวดขันจับกุมต่างด้าวที่ทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล ตลอดจน กลุ่มคนต่างด้าวที่อยู่อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุด (Overstay) สามารถจับกุม Mr.Shabeel สัญชาติ อินเดีย ซึ่งสิทธิการอยู่ต่อในราชอาณาจักรได้สิ้นสุดไปแล้วกว่า 5 เดือน นอกจากนี้ยังมีพฤติกรรมชอบอาวุธปืน มีการถ่ายรูปกับทั้ง อาวุธปืนสั้นและยาว เจ้าหน้าที่ตรวจค้นพบคีตามีน บรรจุถุงพลาสติกใส น้ำหนักสุทธิ 1.04 กรัม ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋ากางเกง จึง ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน ดำเนินคดีตามกฎหมาย 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอย้ำว่า เป้าหมายหลักของการปฏิบัติการในครั้งนี้ คือการจัดระเบียบเกาะพะงันให้เป็นแหล่ง ท่องเที่ยวที่มีมาตรฐาน ป้องกันการเอารัดเอาเปรียบจากกลุ่มทุนต่างชาติที่ผิดกฎหมาย เพื่อให้ประชาชนคนไทยสามารถประกอบ อาชีพและมีรายได้อย่างเป็นธรรม ประเทศไทยเปิดโอกาสให้คนต่างด้าวสามารถเข้ามาลงทุนและประกอบธุรกิจได้ตามกฎหมาย ภายใต้ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542

ข่าวที่เกี่ยวข้อง