สิงคโปร์โควิดระบาด กรมควบคุมโรคเผยไทยมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลัก แตกออกมาจากสายพันธุ์ JN.1 ติดง่าย แต่ยังไม่พบหลักฐานว่าทำให้เกิดโรครุนแรงมากขึ้น
จากกรณีที่ประเทศสิงคโปร์โควิด-19 ระบาด พบผู้ติดเชื้อ 12,700 คน เพิ่มจากสัปดาห์ก่อนที่พบประมาณ 8,000 คน โดยสายพันธุ์ที่ระบาดสายพันธุ์หลักคือ NB.1.8.1 วันนี้ (24 พ.ค.69) นพ. มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงสถานการณ์ในประเทศไทย ปี 2569 ว่า ข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังโรค (DDS) ณ วันที่ 23 พ.ค.69 พบผู้ป่วยโควิด สะสม 3,642 คน เสียชีวิต 1 คน ผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอายุ 30 – 35 ปี รองลงมาเป็น 60 ปีขึ้นไป และอายุ 20 – 29 ปี ตามลำดับ ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา พบการรายงานผู้ป่วยเพิ่มขึ้น แต่ยังคงต่ำกว่ามัธยฐาน 5 ปีย้อนหลัง
ข้อมูลจากสถาบันวิจัยสาธารณสุขกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ข้อมูลระหว่างวันที่ 1 ม.ค.68 – 23 เม.ย.69 พบสายพันธุ์ NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลักที่มีการระบาดในประเทศไทย คิดเป็น 50.95% และจากการเฝ้าระวังสายพันธุ์เชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ในประเทศไทย พบสายพันธุ์ NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลักในการแพร่ระบาดในช่วงเวลาเดียวกัน สายพันธุ์ NB.1.8.1 พบการกลายพันธุ์ในตำแหน่งโปรตีนหนามหลายจุดที่เพิ่มเติมจากสายพันธุ์ JN.1 ทำให้มีความสามารถในการแพร่กระจายได้ง่ายขึ้น และหลบภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้น แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าทำให้เกิดโรครุนแรงมากขึ้น
นพ.ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า สถานการณ์ในประเทศไทยโรคโควิด 19 เป็นโรคประจำถิ่นหรือโรคติดต่อตามฤดูกาล แม้ว่าความรุนแรงของโรค และแนวโน้มการแพร่ระบาดลดลง แต่ยังต้องรักษามาตรการที่สำคัญ รักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล เลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดผู้มีอาการป่วยระบบทางเดินหายใจ เพื่อลดความเสี่ยงในการสัมผัสเชื้อ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง 608 ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว ซึ่งหากป่วยอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้ หากมีอาการสงสัยป่วย ควรตรวจหาเชื้อเบื้องต้นด้วย ATK