“ครม.เงา” เร่งรัฐบาลสกัด “คนเทา” เข้าไทย ทบทวนบัตรสิทธิพิเศษ

“ครม.เงา” เร่งรัฐบาลสกัด “คนเทา” เข้าไทย ทบทวนบัตรสิทธิพิเศษ

View icon 28
วันที่ 25 พ.ค. 2569 | 15.04 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
“ครม.เงา” กระตุกรัฐบาล เร่งปราบอาชญากรรมข้ามชาติจริงจัง หวั่นไทยกลายเป็น “ฮับสีเทา”
.
วันนี้ (25 พ.ค.69) การประชุมคณะรัฐมนตรีเงา (ครม.เงา) พรรคประชาชน นำโดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฏร และ หัวหน้าพรรคประชาชน ,นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค ,นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรค ,นายปิยรัฐ จงเทพ สส. บัญชีรายชื่อ พร้อมด้วยนายพิศาล มาณวพัฒน์ , นางสาวเพียงพนอ บุญกล่ำ ร่วมกันแถลงข่าวการเปิดกระบวนการทุจริตนำคนต่างชาติเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย หรือ คนเทาเข้าไทย พร้อมข้อเสนอทบทวนหลักเกณฑ์ Elite Card
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีต้องการจัดการกับปัญหาคอร์รัปชัน แต่สิ่งที่เห็นในวันนี้คือรัฐบาลปล่อยปะละเลย ให้ระบบราชการไทย กลายเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการอาชญากรข้ามชาติ ตั้งแต่การติดสินบนคนเข้าเมือง การฟอกเงิน เครือข่ายสแกมเมอร์ และการค้าอาวุธสงคราม โดยยกกรณี “หมิง เฉิน ซัน” เป็นกรณีที่ทำให้เห็นว่าหากไม่เกิดเหตุบังเอิญที่เกิดอุบัติ ตำรวจไทยก็จะไม่เห็นสิ่งที่เครือข่ายสีเทากำลังขยายในประเทศประเทศไทย
.
เปรียบเป็น “ไตรภาคีสีเทา” ที่ประกอบไปด้วยอาชญากร เจ้าหน้าที่ของรัฐ และทุนสีเทาขนาดใหญ่ เป็นองค์ประกอบ และเปรียบเปรยว่า เป็นวงจร “ปลิงกินพยาธิ” หมายถึงหน่วยงานองค์กรที่มีอำนาจรัฐ แต่ใช้อำนาจในทางมิชอบ ไม่ต่างจากปลิงที่ดูดเลือดดูดเนื้อ และหากินกับพยาธิ หรือหากินกับพวกที่มีส่วนทำให้ระบบนิเวศมีปัญหา กลับมีการตั้งหน่วยรีดไถจับกุม หรืออุ้มเรียกค่าไถ่ หรือไปเป็นพันธมิตรจัดหาอาวุธให้ ซึ่งเรื่องนี้สถานทูตจีนรับทราบข้อมูลและส่งให้ทางการไทย นำไปสู่การจับกุมที่จังหวัดสระแก้ว และขยายผลจากตำรวจ 56 คน
.
พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า มี 2 ช่องทางในการแฝงตัวเข้ามา คือ
.
1. กลุ่มมดงาน เข้ามาในกลุ่มคนทำงาน ในรูปแบบครูสอนศาสนา มูลนิธิ ซึ่งหน่วยงานปกครองที่อนุญาตจัดตั้งมูลนิธิปล่อยปะละเลย จนมีมูลนิธิเกลื่อนบ้านเกลื่อนเมือง โดยให้ชาวจีนอาศัยเงื่อนไขนี้ถือครองวีซาพำนักระยะยาว
.
2. จดจัดตั้งบริษัทเพื่อจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ให้กับคนไทยที่ถือครองทะเบียนเป็นผู้ถือหุ้น หรือที่เรียกกันว่านอมินี เมื่อถือหุ้นให้ 50% เมื่อมีการประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หรือธุรกิจขนาดใหญ่จะมีการเปลี่ยนผ่านมือให้กับคนจีน ซึ่งเงินที่มาไม่สามารถตรวจสอบได้
.
จากนั้น นายพิศาล มาณวพัฒน์ กล่าวถึงความจำเป็นในการเข้มงวดกับวีซาระยะยาว เพื่อปิดช่องทางลัด ที่อาชญากกรรมข้ามชาติจะเข้ามาดำเนินการผิดกฎหมายได้ไทย  ผ่านการออกใบอนุญาตพิเศษ 2 ใบ
.
1. Thailand Privilege Card (Thailand Elite Card) อยู่ได้ 5-20 ปี โดยการจ่ายเงินตั้งแต่ 650,000 - 5,000,000 บาท  ที่ผ่านมาพบผู้ถือใบอนุญาตเป็นผู้หนีคดี ติดหมายจับสากล เป็นอาชญากรในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
.
2. LTR Visa ของ BOI ใบอนุญาตพิเศษเรื่องวีซาระยะยาว ซึ่งตั้งแต่ปี 2565 ถึง 2568 ออกใบอนุญาตให้แล้วกว่า 7,000 คน ที่ตอบโจทย์ในการดึงบุคคลที่มีทักษะเข้ามาทำงานในประเทศไทย
.
ด้าน น.ส.เพียงพนอ บุญกล่ำ ให้ข้อเสนอด้านการบังคับใช้กฎหมาย เห็นว่าปัญหาอาญากรรมข้ามชาติจะถูกจัดการได้ราชการไทยต้องเปลี่ยน KPI ด้านความมั่นคงใหม่ทั้งหมด
.
เรื่องการลดระยะเวลาวีซาเหลือ 30 วันนั้นเหมาะสม แต่ยังไม่เพียงพอ แต่ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง และ ควรกำหนดให้เป็น KPI ร่วมระหว่างหน่วยงานภายใต้ความรับผิดชอบของนายกฯ โดยตรง เพื่อแก้ปัญหาการโยนงานและความล่าช้า โดยมี KPI สำคัญ 3 ด้าน ได้แก่
.
1. กระบวนการบังคับโทษผู้ทำผิดต้องรวดเร็วและเด็ดขาด (เช่น ข้อเสนอปฏิรูปตำรวจเกี่ยวกับภารกิจ บก.ปอศ. (กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ) จะช่วยให้การบังคับใช้กฎหมายและเอาผิดสั้นลง เพราะปัญหาหลักในปัจจุบันคือ คนทำผิดไม่กลัวเพราะรู้สึกตัวเองมีโอกาสรอดสูง โทษเบา / คุ้มค่าที่จะทำผิด
.
2. ต้องเปิดเผยข้อมูลนิติบุคคลให้เป็นข้อมูลสาธารณะเพื่อง่ายต่อการตรวจสอบ - กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ควรเปิดเผยข้อมูลนิติบุคคลให้เป็นสาธารณะ โดยยกเลิกการเก็บค่าธรรมเนียม จะช่วยให้ตรวจสอบง่ายขึ้น ลดปัญหาการฮั้วและนอมินีได้
.
3. มีระบบติดตามความคืบหน้าของคดี เปิดเผยผลลัพธ์ให้โปร่งใส อัปเดตความคืบหน้าการตรวจสอบรายคดี/ว่าถึงขั้นตอนใด ช่วยให้ทราบว่าคดีไหนช้าเร็ว ที่ขั้นตอนไหน และเมื่อจบคดีมีผลลัพธ์อย่างไร เอาผิดใครได้บ้าง ช่วยให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
.
ท้ายนี้  หากไม่แก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติอย่างจริงจัง และเป็นระบบ ประเทศไทยจะกลายเป็น “ฮับสีเทา” ที่อาชญากรต่างชาติเดินทางเข้ามาอาศัยและใช้ดำเนินธุรกิจผิดกฎหมาย รวมถึงสะสมอาวุธ ได้ง่ายดายขึ้นทุกวัน
.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง