นานา - เวย์ สู้คดีฉ้อโกง ศาลนัดสืบพยานปากแรก 8 มิ.ย.70 เจนสุดา ลั่น ปล่อยให้กรรมทำงาน

นานา - เวย์ สู้คดีฉ้อโกง ศาลนัดสืบพยานปากแรก 8 มิ.ย.70 เจนสุดา ลั่น ปล่อยให้กรรมทำงาน

View icon 21
วันที่ 25 พ.ค. 2569 | 15.23 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
นานา - เวย์ สู้คดีฉ้อโกง ศาลนัดสืบพยานโจทก์ปากแรก 8 มิ.ย.70 ทนายผู้เสียหาย เผย จำเลยยังไม่ได้ติดต่อเจรจา เตรียมพยาน 39 ปากเบิกความ ด้าน เจนสุดา ลั่น ความเป็นเพื่อนสิ้นสุดลงแล้ว ปล่อยให้กรรมทำงาน

วันนี้ (25 พ.ค.69) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดตรวจหลักฐานและสอบคำให้การจำเลย คดีดำ อ.508/2569 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 เป็นโจทก์ฟ้อง นางไรบีนา หรือนานา อินทชัย อดีตนักแสดงชื่อดัง นายปริญญา อินทชัย หรือเวย์ ไทเทเนียม แร็ปเปอร์ชื่อดัง สองสามีภรรยา กับพวกรวม 4 คน ร่วมกันเป็นจำเลย 1-4 ในความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน (แชร์ลูกโซ่) และอื่นๆ มูลค่าความเสียหาย 195 ล้านบาท โดยในวันนี้มี น.ส.เจนสุดา ปานโต สิริสันต์ อดีตเพื่อนสนิทของนางไรบีนา พร้อมผู้เสียหายรายอื่น เดินทางมาฟังการตรวจหลักฐานในวันนี้ด้วย

โดยผู้เสียหาย จำนวน 6 ราย แถลงขอยื่นขอเป็นโจทก์ร่วมในคดีนี้ และฝ่ายโจทก์แถลง ขอสืบพยานเป็นพยานเอกสาร 71 ฉบับ และพยานบุคคล 39 ปาก ประกอบด้วย กลุ่มผู้เสียหายและเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องในคดี  ขณะที่ฝ่ายจำเลย แถลงปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ไม่ได้กระทำผิดตามฟ้อง ไม่ได้ฉ้อโกง เป็นการผิดสัญญาทางแพ่ง

พิเคราะห์แล้ว ศาลอนุญาต ผู้เสียหายทั้ง 6 ราย เข้าเป็นโจทก์ร่วมในข้อหา ร่วมกันกู้ยืมเงินฉ้อโกง และข้อหาปลอมเอกสาร เท่านั้น และนัดสืบพยานฝ่ายโจทก์ทั้งหมด 39 ปาก แบ่งเป็น 9 นัด ส่วนฝ่ายจำเลยสืบพยาน 8 ปาก รวม 2 นัด กำชับให้คู่ความและพยานมาศาลตามนัดอย่างเคร่งครัด

ภายหลังตรวจหลักฐานเสร็จสิ้น นายสวัสดิ์ เจริญผล ทนายความของผู้เสียหาย ให้สัมภาษณ์ว่า การนัดพร้อมในวันนี้มีผู้เสียหาย 6 ราย ยื่นคำร้องขอเป็นโจทก์ร่วมกับทางพนักงานอัยการ ซึ่งศาลพิจารณาคำร้องแล้ว อนุญาตให้เข้าร่วมเฉพาะคดีฉ้อโกง ซึ่งเป็นความผิดส่วนบุคคลที่ยอมความได้ บางรายก็เป็นโจทก์ร่วมในคดีเกี่ยวกับการปลอมแปลงเอกสาร อย่างไรก็ตาม  ศาลไม่อนุญาตให้เป็นโจทก์ร่วมในคดีความผิดเรื่องการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน เพราะเป็นอาญาแผ่นดิน แต่ทั้งนี้ตนยังไม่ขอกล่าวถึงรายชื่อผู้เสียหายที่เข้ามาเป็นโจทก์ร่วมกับทางอัยการ เพราะกระบวนการอยู่ในชั้นศาล

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า ฝ่ายจำเลยได้ติดต่อมาทางฝั่งผู้เสียหายเพื่อขอเจรจาไกล่เกลี่ยค่าเสียหายนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ฝ่ายจำเลยไม่มีการติดต่อมา  ถ้าจำเลยมีการติดต่อเข้ามาจริง ฝ่ายผู้เสียหายก็ยินดีที่จะพูดคุย แต่ในทางกฎหมายแล้ว หากเป็นคดีอาญาเรื่องของฉ้อโกงซึ่งเป็นอาญาส่วนบุคคล ผู้เสียหายสามารถถอนคำร้องทุกข์ได้หากพึงพอใจ แต่หากเป็นคดีฉ้อโกงประชาชนซึ่งเป็นอาญาแผ่นดิน การชดใช้ความเสียหายก็จะเป็นเพียงแค่เหตุบรรเทาโทษทางกฎหมายเท่านั้น

เมื่อถามว่า ทางจำเลยพยายามขอไกล่เกลี่ย ทางผู้เสียหายมีความเห็นอย่างไรกันบ้าง นายสวัสดิ์ กล่าวว่า ตอนนี้ทางเรายังไม่ได้รับทราบเรื่องนี้ แต่ถ้ามีการติดต่อมาผู้เสียหายก็ยินดีคุยอยู่แล้ว

เมื่อถามว่า คดีนี้ผู้เสียหายต้องการให้ชดใช้ค่าเสียหาย หรือต้องการให้เป็นกระบวนการอื่น นายสวัสดิ์ กล่าวว่า ผู้เสียหายทุกคนอยากได้เงินคืน แต่กระบวนการต่อไปว่าเขาจะใช้เงินคืนไหม หรือจะต้องติดคุกไหม ตนขอให้เป็นไปตามกระบวนการของศาล

เมื่อถามว่า จำนวนผู้เสียหายมีทั้งหมดกี่ราย เพราะมีบางกระแสข่าวระบุว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 17 ราย นายสวัสดิ์ กล่าวว่า อาจจะมีผู้เสียหายบางรายที่ถอนคำร้องแจ้งความร้องทุกข์ไป แต่ยืนยันว่าอีก 6 รายที่เหลือจะมาเป็นพยานให้กับฝ่ายโจทก์ ส่วนยอดมูลค่าความเสียหายยังคงอยู่ที่หลักร้อยกว่าล้านบาท

นายสวัสดิ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของฝ่ายโจทก์นั้น ได้ยื่นพยานบุคคลจำนวน 39 ปาก แบ่งเป็นผู้เสียหายทั้ง 11 ราย และที่เหลือก็เป็นพยานที่รู้เห็นเกี่ยวกับการกระทำความผิด เสนอนัดสืบพยาน 9 นัด ส่วนฝั่งจำเลยได้ยื่นพยานบุคคล 8 ปาก เสนอนัดสืบพยาน 2 นัด โดยกำหนดนัดสืบพยานฝ่ายโจทก์นัดแรกในวันที่ 8 มิ.ย.70 และจะกำหนดสืบพยานต่อเนื่องสิ้นสุดภายในเดือน ก.ค.70 หลังจากนั้นศาลก็จะนัดฟังคำพิพากษาต่อไป

ด้าน น.ส.เจนสุดา กล่าวว่า วันนี้ตนรู้สึกตื่นเต้นนิดหน่อย เพราะเพิ่งเคยขึ้นศาลครั้งแรกในชีวิต แต่ก็โอเคที่ได้อยู่กับเพื่อน ๆ และทีมทนายมืออาชีพ ที่ผ่านมาไม่ได้มีการติดต่อกับทางนางไรบีนาเลย ตนเชื่อในกฎแห่งกรรม นั่งอยู่บนเก้าอี้และมองดูกรรมทำงาน ไม่ได้รู้สึกอะไร แต่ตนสังเกตแววตานางไรบีนาก็รู้ว่าเจ้าตัวเครียดเป็นอย่างมาก แต่ไม่มีการทักทายอะไรใด ๆ ทั้งสิ้น ความเป็นเพื่อนสิ้นสุดลงไปแล้ว คงไม่ต้องทักทายกันอีกต่อไป และตนไม่ได้เป็นคนที่พาเจ้าตัวมาอยู่จุดนี้ ตัวนางไรบีนาเป็นผู้ที่พาตัวเองให้มาอยู่ตรงนี้เอง ต่อไปก็ปล่อยให้เป็นตามกระบวนการของศาล

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางไรบีนาและนายปริญญาได้รอให้สื่อมวลชนทยอยเดินทางกลับกันก่อน จึงเดินลงมาจากอาคารศาลอาญา เพื่อเดินทางกลับ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง