สนามข่าว 7 สี - ผู้ที่มีประสบการณ์ช่วยเหลือ 13 หมูป่าอะคาเดมี วิเคราะห์เหตุการณ์คนงานติดถ้ำใน สปป. ลาว ก็มี 2-3 แนวทางที่เป็นไปได้ในการช่วยเหลือคนทั้งหมดออกมา
คุณอาย ศรสวรรค์ อุทธาเครือ วิศวกรด้านธรณี ก็วิเคราะห์ทางธรณีวิทยาและภูมิประเทศเกี่ยวกับการสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือคนงาน หรือ ผู้ประสบภัยที่ตอนนี้ติดถ้ำ ในเมืองล่องแจ้ง แขวงไชยสมบูรณ์ สปป.ลาว ว่า ถ้าเปรียบเทียบกรณีถ้ำหลวง-เคส 13 หมูป่า จะมีความแตกต่างกัน คือ ถ้ำหลวง ไม่ทราบตำแหน่งที่แน่นอนของผู้ประสบภัยว่าอยู่บริเวณไหนของถ้ำ และอยู่ลึกจากปากถ้ำไปหลายร้อยเมตร แต่เคสถ้ำของ สปป.ลาว พอจะรู้พิกัดคร่าว ๆ จึงสามารถคาดคะเนการช่วยเหลือได้
ส่วนกรณีปริมาณน้ำไหลเข้าถ้ำก็สามารถใช้วิธีช่วยเหลือที่ถ้ำหลวงมาปรับใช้ในรอบนี้ได้ โดยจะต้องค้นหาทางน้ำเข้าไปภายในถ้ำ และหาจุดที่น้ำระบายออกจากถ้ำ ซึ่งผลกระทบจากน้ำไหลเข้าถ้ำจะไม่มากเหมือนกรณีถ้ำหลวง แต่ความเสี่ยง คือ ระบบธรณีวิทยาของถ้ำเหมืองที่จะมีชั้นหินแข็ง อย่าง หินอัคนี หรือ หินแปร อยู่ด้านล่างที่ไม่สามารถระบายน้ำได้ ถ้ามีฝนตกน้ำไหลเติมเข้าไปอาจทำให้น้ำเอ่อขึ้นมา เป็นอุปสรรคในการเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย แต่ด้านบนของถ้ำจะเป็นหินปูนซึ่งละลายน้ำได้ จึงมีช่องให้เข้าได้อยู่
ผลการพูดคุยกับนักภูมิศาสตร์ นักธรณี และชุดกู้ภัย ที่เคยร่วมงานที่ถ้ำหลวงซึ่งอยู่หน้างานที่ถ้ำของ สปป.ลาว ในตอนนี้ วิเคราะห์ว่าช่วง 2 วันนี้ หากไม่มีฝนตก และเร่งสูบน้ำออกได้มากร่วมกับการบล็อกน้ำไม่ให้ไหลเข้าไปในถ้ำได้ ประกอบกับได้ข้อมูลผลการสำรวจโพรงบนหลังคาถ้ำบนภูเขา ที่หากพบมีโพรงเชื่อมกับตัวถ้ำด้านในก็จะสามารถอัดอากาศส่งน้ำและอาหารได้ มีผลต่อการช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้เร็วขึ้น