พบเฮโรอีน ซุกปนสินค้าการเกษตร กว่า 10 กิโลกรัม

View icon 7
วันที่ 26 พ.ค. 2569 | 06.06 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - ทหารเรือ นรข. บุกยึด เฮโรอีน ซุกซ่อนภายในกล่อง แปะมากับกล่องสินค้าการเกษตร ภายในตลาดนัดไทย-ลาว พื้นที่จังหวัดนครพนม มูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท

พบเฮโรอีน ซุกปนสินค้าการเกษตร กว่า 10 กิโลกรัม
นาวาเอก แมนรัตน์ บุญสวัสดิ์ ผู้บังคับการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (ผบ.นรข.) เขตนครพนม พร้อมด้วย หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตนครพนม และเจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ลงพื้นที่ไปตรวจสอบกล่องสินค้าทางการเกษตร ที่นำเข้ามาทางเรือขนส่ง บริเวณตลาดนัดจุดผ่อนปรนไทย - ลาว พื้นที่อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม

พบเฮโรอีนบรรจุมาในกล่องกระดาษ จำนวน 10 กล่อง น้ำหนักกล่องละ 1 กิโลกรัม มูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท ปะปนมากับกระสอบมะนาวและพริกสด รวมทั้งไม่มีคนแสดงตนเป็นเจ้าของ จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า มีบุคคลลักลอบนำของกลางยัดใส่กล่อง สินค้าทางการเกษตร เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ หวังจะนำสินค้ามาพักในตลาด ก่อนส่งคนมารับไปส่งต่อ เพราะตลาดแห่งนี้จะเปิดขายสินค้า ระหว่างประเทศไทย และประเทศลาว ทุกวันจันทร์ และวันพฤหัสบดี โดยไม่มีการเก็บภาษี

ทั้งนี้มีรายงานเชิงลึกว่า ตลาดแห่งนี้ มักจะมีแรงงานประเทศลาว ข้ามมาซื้อของในประเทศไทย แล้วหลบหนีเข้าไปทำงานในจังหวัดอื่น ๆ อีกด้วย

ผงะ พบรถเก๋งจอดกลางสวน ซุกไอซ์ 441 กิโลกรัม จ.สงขลา
ขยับไป พื้นที่ตำบลประกอบ อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา กันบ้าง เมื่อ ตำรวจ สภ.สะท้อน ได้รับแจ้งจาก นายดลลาซิ ลานี ผู้ใหญ่บ้านว่ามีรถเก๋งปริศนามาจอดในสวนยางพาราของชาวบ้าน แถมมีถุงดำจำนวนมากอยู่ภายในรถ จึงลงพื้นที่ไปตรวจสอบ พร้อมชุดสืบสวนภูธรจังหวัดสงขลา ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ตชด.43 เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 9 ทหาร และฝ่ายปกครอง

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์ จอดอยู่กลางสวนยางพาราของชาวบ้าน ตรวจสอบภายในรถพบถุงดำ จำนวน 10 กระสอบครึ่ง เมื่อตรวจดูภายในพบไอซ์ น้ำหนัก 441 กิโลกรัม มูลค่าความเสียหายกว่า 88 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึด และตรวจสอบหาดีเอ็นเอเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ชุดจับกุม บอกว่า ได้นำทะเบียนรถไปตรวจสอบ พบว่าผู้ครอบครอง เป็นหญิงคนหนึ่ง อยู่ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งเธอได้นำรถคันดังกล่าวมาจำนำไว้ที่บุคคลหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลว่าบุคคลที่รับจำนำมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ หรือนำไปขายต่อให้กับใคร เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง