"พอรู้ว่าถูกยิง รีบลงจากรถ คนร้ายจะได้ไม่ทำผู้หญิงกับเด็ก" ด.ต.อดุลย์ เผยยังทำใจไม่ได้หลังสูญเสียภรรยา แต่ชีวิตต้องเดินต่อ เพื่อลูกทั้ง 4 คน ที่ปลอดภัยแล้ว รับปากทำหน้าที่พ่อให้ดีที่สุด
ความคืบหน้าเหตุโจรใต้ ลอบยิง ดาบตำรวจอดุลย์ หะยีสุหลง อายุ 38 ปี ผบ.หมู่ ป ทำหน้าที่ผู้ช่วยพนักงานสอบสวน สภ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี บริเวณหน้ามัสยิด ใกล้โรงเรียนประสานวิทยามูลนิธิ ขณะเดินทางมารับลูกชายที่โรงเรียน เป็นเหตุให้นางฟาตีเมาะ ยาโงะ อายุ 35 ปี ภรรยาซึ่งเป็นครูที่อยู่ระหว่างลาคลอด เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ท่ามกลางความสะเทือนใจของประชาชนในพื้นที่
วันนี้ (26 พ.ค.69) พล.ต.ต.สันทัศน์ เชื้อพุฒตาล ผบก.ภ.จ.ปัตตานี สั่งการให้ พ.ต.อ.เจฟฟรีย์ ไศลมานกุล ผกก.สภ.เมืองปัตตานี ไปเยี่ยมให้กำลังใจ ดาบตำรวจอดุลย์ ที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บบริเวณขาทั้ง 2 ข้าง เนื่องจากกระสุนได้ทะลุขา อยู่ในการดูแลของทีมแพทย์โรงพยาบาลปัตตานี ส่วนลูกสาว ทารกวัย 2 เดือน ซึ่งอยู่ในอ้อมกอดของนางสาวฟาตีเมาะ เบื้องต้นได้รับบาดเจ็บเป็นแผลถลอกบริเวณหน้าท้อง แพทย์ระบุว่าสามารถให้นมได้ตามปกติ
ขณะที่พิธีศพของ นางฟาตีเมาะ ยาโงะ ทางญาติได้ทำพิธีฝังศพ เมื่อเวลา 22.00 น. วานนี้ (25 พ.ค.69) โดยมีญาติพี่น้องเพื่อนครู รวมไปถึงนักเรียนและเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมพิธี ท่ามกลางความโศกเศร้า
ดาบตำรวจ อดุลย์ เปิดเผยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ปกติภรรยาจะไปรับ-ส่งลูกที่โรงเรียน แต่ช่วงนี้ภรรยาลาคลอด อีกทั้งโรงเรียนเพิ่งเปิดเรียนได้เพียง 1 สัปดาห์ ตนจึงเป็นคนไปรับลูกแทน เชื่อว่าคนร้ายน่าจะเฝ้าสังเกตพฤติกรรมมาระยะหนึ่งแล้ว และอาจมีคนในพื้นที่รู้ว่าตนเป็นตำรวจ แม้จะใช้รถยนต์ของภรรยา และไม่เคยจอดแวะระหว่างทางก็ตาม
“ที่ผ่านมา ระมัดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา แต่วันเกิดเหตุขณะขับรถมาตามเส้นทาง จู่ ๆ ได้ยินเสียงคล้ายกระจกแตก ตอนแรกคิดว่ากระจกรถระเบิด กระทั่งมีเสียงปืนดังขึ้นอีกนัด ภรรยาจึงถามว่า เกิดอะไรขึ้น ทำให้มั่นใจว่าถูกยิง จึงรีบเร่งเครื่องขับหลบหนีเข้าไปภายในโรงเรียน เพราะหากจอดรถ เชื่อว่าคนร้ายอาจเข้ามายิงซ้ำแน่นอน”
เมื่อขับรถเข้าไปถึงภายในโรงเรียน ตนรีบลงจากรถทันที เพราะเกรงว่าหากคนร้ายเห็น อาจยิงตนก่อน โดยเชื่อว่าคนร้ายคงไม่ทำร้ายลูกและภรรยา แต่เมื่อหันไปดูด้านหลังพบว่าภรรยาไม่ตอบสนองแล้ว จึงรีบขอให้ครูในบริเวณนั้นช่วยดูลูก เนื่องจากลูกยังร้องไห้ด้วยความตกใจ
ดาบตำรวจ อดุลย์ เชื่อว่าคนร้ายน่าจะดักซุ่มอยู่ภายในซอย และช่วงเกิดเหตุเป็นเวลาที่ผู้ปกครองจำนวนมากกำลังไปรับลูก ทำให้บรรยากาศชุลมุน จนไม่สามารถสังเกตได้ว่าใครเป็นใคร อีกทั้งคนในพื้นที่ส่วนใหญ่ก็แต่งกายคล้ายกัน โดยสวมฮิญาบเหมือนชาวบ้านทั่วไป
สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ดาบตำรวจ อดุลย์ ยอมรับว่ายังทำใจไม่ได้ และไม่รู้จะพูดอะไร เพราะเป็นความสูญเสียที่หนักหนา แต่หลังจากนี้ยังต้องเดินหน้าชีวิตต่อไป โดยเฉพาะเพื่อลูกทั้ง 4 คน ที่ปลอดภัยแล้ว พร้อมยืนยันว่าจะพยายามทำหน้าที่พ่อให้ดีที่สุด และสู้ต่อไปเพื่อครอบครัว