เหตุลอบยิง ด.ต.อดุลย์ ภรรยาเสียชีวิตขณะอุ้มลูกวัย 2 เดือน อยู่ในอ้อมกอด หลักฐานเชื่อมโยง 3 ผู้ต้องหาหนีหมายจับคดีความมั่นคง ลงมือในหลายอำเภอของ จ.ปัตตานี ก่อเหตุกับตำรวจ 2 ครั้งภายในเดือนเดียว
ความคืบหน้าการติดตามจับกุม ผู้ก่อเหตุลอบยิง ดาบตำรวจอดุลย์ หะยีสุหลง ผบ.หมู่ ป. ทำหน้าที่ผู้ช่วยพนักงานสอบสวน สภ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ได้รับบาดเจ็บ แต่ภรรยาเสียชีวิตขณะขับรถไปรับลูกที่โรงเรียน วันนี้ (26 พ.ค.69) เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนคดีความมั่นคง ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เชื่อว่าเป็นกลุ่มของ นายบุครี เจะหะ อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 14 หมาย นายอับดุลเลาะ มะแด อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ 8 หมาย และ นายมะกอเซ็ง หม้าแอ อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตาหมายจับ 6 หมาย ซึ่งทั้ง 3 คน เป็นผู้ต้องหาคดีความมั่นคง ที่ทางการพยายามติดตามจับกุมมากที่สุด
เนื่องจากที่ผ่านมาได้ก่อเหตุหลายคดี ล่าสุดมีความเชื่อมโยงกับการก่อเหตุรอบยิง ดต.มะยากี ดีเย๊าะ อายุ 50 ปี ตำรวจชุดมวลชนสัมพันธ์ สภ.ราตาปันยัง อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เสียชีวิตขณะขับรถส่วนตัวเดินทางกลับบ้านหลังจากออกเวร เหตุเกิดในพื้นที่ ต.สาคอบน อ.มายอ จ. ปัตตานี เมื่อวันที่ 4 พ.ค.69 ที่ผ่านมา
จากแนวทางการสืบสวน พบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 3 เคลื่อนไหวก่อเหตุในพื้นที่ อ.ยะรัง อ.ยะหริ่ง อ.มายอ อ.สายบุรี และ อ.เมือง การ ลอบยิงตำรวจ ทั้ง 2 เหตุการณ์ภายในเดือนเดียว เป็นความพยายามามตอบโต้เจ้าที่ของรัฐ ที่ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยหลายคน ก่อนหน้านี้ รวมไปถึงการแสดงศักยภาพ ว่ากลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ยังคงก่อเหตุกับเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวด้านความมั่นคง ได้มีการแจ้งเตือน ก่อนหน้านี้แล้วว่าจะมีการรอบทำร้ายเจ้าหน้าที่ของรัฐและผู้ที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อสร้างสถานการณ์
พล.ต.ต.สันทัศน์ เชื้อพุฒตาล ผบก.ภ.จ.ปัตตานี กำชับให้ชุดสืบสวนสอบสวน เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานและภาพจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด รวมไปถึงให้รายงานความคืบหน้าในการติดตามคนร้ายรวมไปถึงผลตรวจวัตถุพยานโดยเฉพาะปลอกกระสุนปืนของคนร้ายเพื่อหาความเชื่อมโยงว่าเป็นการก่อเหตุของกลุ่มใด
ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความหวาดวิตกให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ปกครองและนักเรียนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง ขณะที่หลายหน่วยได้ร่วมส่งกำลังใจให้ครอบครัวผู้สูญเสีย และขอให้เจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด