ตำรวจไทยช่วย 4 คนจีน พ้นรังสแกมเมอร์เมียนมา ถูกเพื่อนร่วมชาติหลอกมาทำงาน

ตำรวจไทยช่วย 4 คนจีน พ้นรังสแกมเมอร์เมียนมา ถูกเพื่อนร่วมชาติหลอกมาทำงาน

View icon 20
วันที่ 26 พ.ค. 2569 | 11.04 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
"บิ๊กหวาน" นำทีมช่วย 4 คนจีน พ้นรังสแกมเมอร์เมียนมา สั่งลุยขยายผลล่าแก๊งคนไทย-รถแท็กซี่ มีส่วนร่วมสนับสนุนขบวนการค้ามนุษย์

วันนี้ ( 26 พ.ค. 69 ) พล.ต.อ. ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย แถลงข่าวกรณีให้ความช่วยเหลือคนจีน 4 คนที่ถูกพาไปทำงานสแกมเมอร์ที่ประเทศเมียนมา ที่ใช้ไทยเป็นทางผ่าน โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างไทย จีน และเมียนมา

พล.ต.อ. ธัชชัย เผยว่า จากการสอบปากคำ 1 ในผู้เสียหายชาวจีน ให้ข้อมูลว่า ถูกชักชวนจากเพื่อนร่วมชาติ ให้มาทำงานที่ไทย และจะพาไปท่องเที่ยวที่จังหวัดเชียงใหม่ ทั้ง 4 คน เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม มีรถแท็กซี่มารับที่สนามบิน ให้ไปส่งที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านลาดกระบัง จากนั้นมีการเปลี่ยนรถทันทีโดยไม่ได้นอนค้าง พาเดินทางไปที่ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก  และเปลี่ยนรถ ไปยังบริเวณแนวชายแดน ระหว่างทางเริ่มมีการให้เซ็นสัญญาต่าง ๆ ทำให้เริ่มไม่แน่ใจว่าถูกหลอกหรือไม่ จึงได้แจ้งกับครอบครัวที่อยู่ประเทศจีน ว่าหากขาดการติดต่อไปให้แจ้งตำรวจทันที ก่อนที่ผู้เสียหายจะถูกพาข้ามแดนไปยังฝั่งเมียนมาโดยไม่รู้ตัว เข้าใจว่ายังเป็นจังหวัดเชียงใหม่ โดยถูกพาไปอยู่ที่ตึกสแกมเมอร์ ที่มีคนอยู่กว่า 1,000 คน ถูกบังคับให้ทำงานหลอกลวงชาวไต้หวัน มีการสอนวิธีการหลอกลวง ซึ่งช่วงนี้ได้ขาดการติดต่อกับครอบครัวที่ประเทศจีน ทำให้ครอบครัวแจ้งตำรวจจีน และประสานเรื่องมายังประเทศไทย ทางการไทยจึงรีบประสานทางการเมียนมา และคณะกรรมการบริหารงานชายแดน ในการกดดันช่วยเหลือชาวจีนทั้ง 4 คนออกมา เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา

พล.ต.อ. ธัชชัย เปิดอีกเผยว่า จากการสอบปากคำ 1 ในคนขับรถแท็กซี่ที่รับชาวจีนทั้ง 4 คน ให้การว่า รับงานผ่านแอป Zello ซึ่งเป็นแอปฯวิทยุสื่อสาร ที่ใช้ในกลุ่มคนขับรถแท็กซี่ ให้ไปส่งชาวจีนที่บริเวณชายแดน ระหว่างทางชาวจีนใช้เวลาพูดคุยกันเองเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งคนขับฟังไม่ออก ส่วนที่คุยกับคนขับแท็กซี่ จะใช้คุยผ่านแอปแปลภาษา และใช้เส้นทางหลักสลับเส้นทางรอง โดยคนขับแท็กซี่อ้างว่าไม่รู้เห็นกับขบวนการสแกมเมอร์

ภายหลังสอบปากคำผู้เสียหายชาวจีนทั้ง 4 คนเพื่อคัดกรองเรียบร้อยแล้ว จะหารือกับทางการจีนว่าจะให้ทางการจีนเป็นผู้ดำเนินคดีหากเป็นไปได้ เนื่องจากทั้งไกด์ที่เป็นคนชักชวน และขบวนการฝั่งประเทศเพื่อนบ้านเป็นชาวจีน กระบวนการออกหมายจับ และการสอบปากคำผู้เสียหายซึ่งเป็นภาษาจีนจะสะดวกกว่า เบื้องต้นน่าจะเข้าข่ายความผิดฐานค้ามนุษย์ กักขังหน่วงเหนี่ยว อย่างไรก็ตามตำรวจไทยก็จะขยายผลดำเนินคดีกับกลุ่มคนไทยที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด เบื้องต้นน่าจะมีกลุ่มแท็กซี่ คนที่เรียกรถแท็กซี่และประสานงาน รวมถึงกลุ่มที่พาคนจีนข้ามแดน ไม่น้อยกว่า 3 คน ที่จะต้องสอบสวนว่ามีส่วนสนับสนุนกับการกระทำความผิดหรือไม่ ส่วนฐานสแกมเมอร์ช่องแคบพบพระเป็นฐานเก่าที่มีการเฝ้าระวังไว้อยู่แล้ว ยังไม่ใช่ฐานที่ย้ายมาจากฝั่งกัมพูชา

ทั้งนี้พล.ต.อ. ธัชชัย ฝากเตือนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติว่า หากมีใครชักชวนมาทำงานที่ประเทศไทย ให้สอบถามเรื่องใบอนุญาตทำงานให้ชัดเจน เพราะต้องมีการนำใบอนุญาตไปขอวีซา ซึ่งจะเป็นประเภทวีซาทำงาน หรือ non-B หากไม่มี จะไม่สามารถทำงานอย่างถูกต้องในไทยได้ และให้สันนิษฐานไว้ก่อน ว่าอาจถูกหลอกไปทำงานแก๊งสแกมเมอร์ที่ประเทศเพื่อนบ้าน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง