ห้องข่าวภาคเที่ยง - คนขับรถแท็กซี่เมาแล้วขับชนรถชาวบ้าน รวม 7 คัน ผลตรวจร่างกายอย่างเป็นทางการยังไม่ออก แต่คาดว่าอาจถูกทำร้ายร่างกายมาก่อนที่ตำรวจ สภ.ปากคลองรังสิต จะพาตัวเข้าห้องขัง แล้วพบว่าเสียชีวิตในเวลาต่อมา
เป็นภาพ นายเฉลิมชัย คนขับรถแท็กซี่ พุ่งชนรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ริมถนนเข้าอย่างจัง โดยรถจักรยานยนต์คันนี้เป็น 1 ใน 5 คัน ที่ถูก นายเฉลิมชัย ขับชน บริเวณหน้าหมู่บ้านสินธร ตำบลบางพูล อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี เหตุเกิดคืนวันที่ 24 พฤษภาคม
หลังเกิดเหตุ ตำรวจพาตัว นายเฉลิมชัย ไปตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ พบว่ามีปริมาณสูงถึง 375 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จึงแจ้งข้อหาและควบคุมตัวไว้ในห้องขัง
ก่อนพบว่า นายเฉลิมชัย เสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งตำรวจยืนยันว่าภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ไม่มีใครมาทำร้ายผู้เสียชีวิต
ด้าน นางวิไลรัตน์ ภรรยา นายเฉลิมชัย บอกว่า ก่อนเกิดเหตุสามีนั่งดื่มสุรากับเพื่อนที่แฟลตปลาทอง อำเภอเมืองปทุมธานี ก่อนจะบอกว่าออกไปรับผู้โดยสาร เพื่อน ๆ พยายามห้าม แต่ผู้เสียชีวิตไม่ฟัง สามีขับรถออกไปก็ได้ยินเสียงรถชนกัน เมื่อไปดูก็พบสามีว่าสามีถูกล็อกกุญแจมือ
คดีนี้ต้องรอแพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์กระทรวงยุติธรรม สรุปสาเหตุการเสียชีวิต แต่ที่แน่ ๆ ตำรวจขาดความรอบคอบ, รอบรู้ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้เคยเกิดเหตุคล้ายกัน เป็นผู้ป่วยชายเกิดอาการเส้นเลือดในสมองแตกขณะกำลังขับรถ จึงเสียหลักพุ่งชนรถยนต์ที่จอดภายในปั๊มจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่เมื่อตำรวจมาถึงแทนที่จะให้การช่วยเหลือ ปฐมพยาบาล แต่กลับใส่กุญแจมือ แล้วพาไปโรงพัก แทนที่จะไปโรงพยาบาล
ด้วยเหตุนี้ทำให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติ ให้พนักงานสอบสวนประเมินอาการ ต้องสันนิษฐานเบื้องต้นว่าเป็นภาวะฉุกเฉิน
ผู้ก่อเหตุเสียชีวิต ในทางคดีอาญาถือว่าสิ้นสุด แต่คดีแพ่งยังมีผู้เสียหายที่รอการเยียวยา ล่าสุด ทีมข่าว 7HD สอบถาม ผู้กำกับการ สภ.ปากคลองรังสิต ทราบว่า รถแท็กซี่ (เหลือง-เขียว) ของ นายเฉลิมชัย ผู้เสียชีวิต คือ รถเช่า ซึ่งบริษัทฯ ประกันเป็นผู้รับผิดชอบค่าเสียหายให้รถทั้ง 7 คัน
แต่หากเป็นรถส่วนตัว บริษัทฯ ประกันจะไม่รับผิดชอบ เพราะเมาแล้วขับ คนที่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายคือครอบครัวและญาติของผู้ก่อเหตุแทน