วันนี้ (26 พ.ค. 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกันจับกุม นายทศพล อายุ 35 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่ 360/2568 ลงวันที่ 16 ธันวาคม 2568 คดีหมายเลขดำที่ อ.758/2567 คดีหมายเลขแดงที่ อ.69/2568 ต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนฯ” และ “พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา”
โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ บริเวณหน้าร้านอาหารแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.บ้านหม้อ อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์
พฤติการณ์ เมื่อ (17 ม.ค. 67) ที่ผ่านมา ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่า นายทศพล ได้ปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยมหาโหด คิดในอัตราร้อยละ 365 ต่อปี หลังจากได้รับการร้องเรียน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกำลังเข้าตรวจค้นภายในบ้านของ นายทศพล พบอาวุธปืน 2 กระบอก ได้แก่ ปืนพกออโตเมติก ลาม่า ขนาด 9 มม.และ ปืนพกรีวอลเวอร์ ขนาด.22 (ไทยประดิษฐ์) พร้อมเครื่องกระสุนขนาด 9 มม. จำนวน 13 นัด กระสุนปืนลูกกรดขนาด .22 แม็กนั่ม จำนวน 6 นัด กระสุนปืนออโตเมติกขนาด .22 ลองไรเฟิล จำนวน 22 นัด สมุดรายชื่อผู้กู้เงิน และแชทลูกค้าหลายพันคนทั่ว จ.อุตรดิตถ์
หลังจาก นายทศพล ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวจากศาล (ประกันตัว) นายทศพล ได้ทำการหลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาศาล กระทั่งศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้ออกหมายจับ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนติดตามตัว นายทศพล หลายครั้งแต่ไม่พบตัวจนกระทั่งสืบทราบว่า นายทศพล ได้มาฉลองวันเกิดตัวเอง ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งใน อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบตัว นายทศพล นั่งดื่มอยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินเข้าไปหา พร้อมแสดงบัตรข้าราชการตำรวจให้ดู และจะให้ออกมาคุยกันด้านนอก แต่ลูกน้องคนสนิทของนายทศพล ไม่พอใจพลักเจ้าหน้าที่ตำรวจ
จากนั้นลูกสมุนนับ 10 ปรี่วิ่งเข้าหา จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องรีบนำตัว นายทศพล ขึ้นรถโดยเร็วเพื่อป้องกันอันตรายและนำตัวไปที่สถานีตำรวจในพื้นที่เพื่อทำบันทึกจับกุม
จากการสอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น จำเลยตามหมายจับรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามว่า ทำไมถึงหนีไม่ไปฟังคำพิพากษาศาล นายทศพล อ้างว่าลูกยังเล็กอีกทั้งตนเป็นหัวหน้าครอบครัวมีธุรกิจหลายอย่างต้องดูแล
หากไปศาลไม่ได้ออกมาแน่ ๆ เพราะมีใบแดงก่อนหน้านี้เมื่อต้นปี 2560 ศาลตัดสินลงโทษจำคุก 4 ปี 6 เดือน คดีจำหน่ายยาเสพติดศาลตัดสินลงโทษจำคุก และยังอ้างอีกว่าอีก 2 ปี จะไปมอบตัว แต่ดันถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลางจับได้เสียก่อน หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทำบันทึกจับกุมเสร็จได้นำตัวไปฝากคัวคุมตัวไว้ที่ สภ.เมืองอุตรดิตถ์ และได้นำตัวจำเลยส่งศาลจังหวัดอุตรดิตถ์เพื่อดำเนินคดี