ประกาศผลผู้ได้สิทธิ ไทยช่วยไทย พลัส มีกลุ่ม ลงทะเบียนไม่สำเร็จ

View icon 32
วันที่ 27 พ.ค. 2569 | 06.01 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - "ไทยช่วยไทย พลัส" ยังเหลือสิทธิอีกเกือบ 5 ล้านสิทธิ ใครยังไม่ได้ลงทะเบียนยังทัน ส่วนบรรยากาศการลงทะเบียนที่ธนาคารวันที่ 2 ยังโกลาหล

เป็นภาพที่เห็นแล้วก็สะเทือนใจ ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ถอดรองเท้า ใช้ตะกร้า ขวดน้ำ และหมวกกันน็อก วางจองคิว เพื่อเข้าไปแก้ไขแอปฯ เป๋าตัง และลงทะเบียนโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส ที่ธนาคารกรุงไทยสาขา อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา วันที่ 2 ยังวุ่นวาย

บางคนออกจากบ้านตั้งแต่ 04.00 น. เตรียมหุงข้าว นำอาหารนำมานั่งกินระหว่างรอคิว ไม่กล้าจะขยับไปไหนไกล เพราะกลัวเจ้าหน้าที่เรียกแล้วไม่ได้ยิน ระหว่างนั้นก็เกิดความวุ่นวาย คนที่จองคิวนำรองเท้าไปใส่ชั่วคราว รองเท้าคล้าย ๆ กันเกิดความสับสน เมื่อคนเห็นช่องว่าง นำรองเท้าไปวางแทน โต้เถียงกันอยู่พักหนึ่งกว่าจะลงตัว

เมื่อธนาคารเปิดแจกคิว โกลาหลอีกรอบ ชาวบ้านเบียดเสียด แย่งคิวเข้าประตูรั้วผลักและดันกัน เจ้าหน้าที่ต้องมาจัดระเบียบให้เข้าไปใช้บริการครั้งละ 5 คน ปัญหาส่วนใหญ่ ชาวบ้านยังยืนยันตัวตนเองไม่ได้ เปลี่ยนโทรศัพท์ใหม่ จำรหัสไม่ได้

ผู้สูงอายุบ่นเป็นเสียงเดียวกัน ออกจากบ้านแต่เช้ามืด ลำบากตรากตรำ ข้าวปลาไม่ทันได้กิน รีบมารอคิวหวังได้รับสิทธิ มองว่ายุ่งยาก ลำบาก เพราะคนสูงอายุไม่เก่งโซเชียลฯ อยากให้รัฐบาลแจกเหมือนเบี้ยผู้สูงอายุ

ไม่ต่างจากบรรยากาศที่ธนาคารกรุงไทย สาขาอำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ นอกจากผู้สูงอายุจำนวนมากที่ไปต่อคิว ก็มีพระภิกษุ ผู้ป่วยแขนขาอ่อนแรง ญาติต้องพานั่งรถวีลแชร์ไปต่อคิวด้วยความยากลำบาก เพื่อรอยืนยันตัวตน ลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทย พลัส

ชาวบ้านต่างบ่นเป็นเสียงเดียวกัน ลำบากเหลือเกิน เวลาที่มีโครงการช่วยเหลือจากรัฐฯ ผ่านมาหลายยุค หลายโครงการ ก็ยังต้องมาต่อคิวเพื่อยืนยันตัวตน ลงทะเบียนเพื่อแย่งชิงสิทธิ พากันออกจากบ้านตั้งแต่เช้า กว่าจะเสร็จก็บ่าย วอนให้รัฐทบทวนมาตรการช่วยเหลือ สำหรับกลุ่มเปราะบาง อยากให้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารเลย น่าจะสะดวกกว่า

ส่วนบรรยากาศที่ธนาคารกรุงไทย สาขาบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ชาวบ้านเดินทางไปต่อคิวยืนยันตัวตน และลงทะเบียนรับสิทธิจำนวนมาก 1 ในนั้น คือ คุณยายอายุ 74 ปี ขอเงินจากลูกจ้างวินจักรยานยนต์รับจ้าง เดินทางจากอำเภอเมืองฉะเชิงเทรามายังธนาคาร เพื่อจะลงทะเบียน

ยายบอกว่า มาต่อคิวรอนาน 3 ชั่วโมง พอถึงคิวตัวเอง เจ้าหน้าที่ดำเนินการให้ไม่ได้ เพราะโทรศัพท์ไม่ใช้อินเทอร์เน็ต ยายใช้โทรศัพท์แค่โทร.เข้า-ออก จึงยืนยันตัวตนและลงทะเบียนไม่ได้ ยายตัดพ้อ หวังลงทะเบียนนำเงินมาช่วยลดค่าใช้จ่าย เจอขั้นตอนยุ่งยาก รู้สึกท้อ หมดความหวัง เสียทั้งเงินและเวลา

สำหรับการยืนยันตัวตนผ่านแอปฯ เป๋าตัง จะต้องใช้เน็ตจากซิมค่ายมือถือเท่านั้น ไม่สามารถใช้ WiFi หรือ แชร์อินเทอร์เน็ตจากคนอื่นได้ เนื่องจากเป็นระบบรักษาความปลอดภัย ป้องกันข้อมูลรั่วไหล ดังนั้นก่อนจะไปธนาคารก็สมัครอินเทอร์เน็ตไปให้พร้อม จะได้ไม่เสียเวลา

ลงไปพื้นที่ภาคใต้ ที่ธนาคารกรุงไทย สาขาหาดใหญ่ ชาวบ้านนับ 100 คน ก็พากันไปต่อคิวเพื่อลงทะเบียนไม่แพ้กับที่อื่น ๆ สิ่งของแปลกตาที่ชาวบ้านนำไปจองคิว นอกเหนือจากรองเท้า ขวดน้ำ หมวกกันน็อก ก็มีกิ่งไม้ ยาดม เก้าอี้สนาม แกลลอนน้ำ และร่ม

ชาวบ้านยอมเดินเท้าเปล่าบนพื้นร้อน ๆ จากนั้นก็ไปอาศัยนั่งหลบมุมตามจุดที่ร่ม มีหลังคา ชาวบ้านบางคนเดินทางมาจากต่างอำเภอ ปัญหาที่มาธนาคารมีทั้งทำเองไม่ได้ ลืมรหัสเข้าแอปฯ เป๋าตัง จึงต้องเสียเวลามาที่ธนาคาร

ส่วนบรรยากาศที่ธนาคารกรุงไทย สาขาหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี ชาวบ้านจำนวนมากยังไปต่อคิวแก้ไขแอปฯ และลงทะเบียนจำนวนมาก ล้นออกไปนอกถนน โดยเจ้าหน้าที่ก็คอยช่วยเหลือ อำนวยความสะดวกให้อย่างเต็มที่ วันแรกให้บริการจนถึง 4 ทุ่มกว่า ท่ามกลางผู้คนจำนวนมาก คุณยายนักการค้าไม่ปล่อยให้เสียเวลาและโอกาส นอกจากเตรียมเอกสารและโทรศัพท์มาลงทะเบียน ยังนำเก้าอี้ พร้อมกล้วยหอม 5 หวี ใส่กล่องมาวางขาย

คุณยายบอกว่า ไหน ๆ ก็ต้องมารอคิวทั้งวัน ก่อนออกจากบ้าน จึงตัดกล้วยติดมือมาจากสวนมาขาย จะได้มีเงินติดมือกลับบ้าน

สำหรับยอดสิทธิคงเหลือหลังปิดลงทะเบียนเมื่อ 22.00 น. เหลือสิทธิ 4,926,162 สิทธิ คนที่ยังลงทะเบียนไม่สำเร็จ ยังดำเนินการได้อีก 3 วัน 

กระทรวงการคลัง เปิดเผยข้อมูลการลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทย พลัส 2 วัน ถึงเวลา 17.00 น. มีผู้ลงทะเบียนกว่า 25.1 ล้านคน ลงทะเบียนสำเร็จ 24.2 ล้านคน รอการตรวจสอบคุณสมบัติกว่า 4 แสนคน กลุ่มที่ได้สัญลักษณ์นาฬิกาสีส้ม ตรวจสอบ-คัดกรองแล้ว ล่าสุดเหลือเพียง 4 แสนคน 

มีผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์กว่า 4.3 แสนคน ส่วนใหญ่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และที่เหลือก็เป็นกลุ่มที่ทำผิดเงื่อนไข หรือเสียชีวิตไปแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง