“สีหศักดิ์” ระบุ “กัมพูชา” ตีความไปเอง ย้ำฝ่ายไทยยกเลิก MOU44 เพื่อให้เกิดการเจรจา ไม่ใช่ปิดทางพูดคุย
.
เมื่อวานนี้ (26 พ.ค.69) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หารือทวิภาคีกับ นายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ที่สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
.
ซึ่งเป็นการพบกันครั้งแรก ภายหลังจากที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้หารือกับฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 48 ที่เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาสันติภาพ และเดินหน้าความสัมพันธ์ทั้งสองประเทศ
.
ภายหลังการหารือทวิภาคี นายสีหศักดิ์ ยอมรับว่า กัมพูชาไม่เข้าใจเจตนารมณ์ของไทย ในการยกเลิก MOU 44 โดยตีความว่า ไทยยกเลิกเพื่อจะไม่เจรจา และ ต้องการให้ไทยเข้าสู่กระบวนการประนีประนอมโดยบังคับ แต่เหตุผลที่ไทยยกเลิก เพราะไม่มีความคืบหน้า และ ต้องการให้ 2 ฝ่าย เจรจาผ่านกลไกอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS)
.
ส่วนเรื่องเขตแดนทางบก นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า อาจจะคุยทางเทคนิคก่อน ว่าเราจะมีกรอบในการเจรจาอย่างไร เพราะสถานการณ์ก็เปลี่ยนแปลงไปแล้ว นอกเหนือจาก MOU 2543 ก็ยังมีแถลงการณ์ร่วมครั้งที่แล้ว ที่ทำให้หยุดยิง
.
อีกทั้ง เขตแดนทางบก ไม่ใช่จะแก้ไขได้ด้วยการปักปันอย่างเดียว ยังมีประเด็นอื่นที่เกี่ยวกับความมั่นคงชายแดน และความร่วมมือชายแดน ซึ่งจะต้องเดินไปหลายด้านด้วยกัน
.
“ตรงนี้เขาไม่ฟังเราเลย เขาจะไปตรงนี้ เราก็บอกเราอาจจะไปตรงนี้ก็ได้ แต่คุยกันก่อนได้หรือไม่ ไม่ใช่ว่าเขาจะบังคับเราให้ไปตรงนี้“ นายสีหศักดิ์ กล่าว
.
ส่วนเรื่องเขตแดนทางทะเล นายสีหศักดิ์ ย้ำแนวทางของไทย คือ ต้องพูดคุยกันก่อน จึงจะหาทางออกผ่านกลไกอื่น ที่อยู่ภายใต้อนุสัญญาฯ ซึ่งมีทั้งการประนีประนอมโดยภาคบังคับ และการประนีประนอมโดยสมัครใจ ไม่ใช่ไปบังคับฝ่ายหนึ่งให้ทำตาม เช่น กัมพูชาอยากให้มีการประชุมคณะกรรมการปักปันเขตแดน JBC แต่ไทยเห็นว่า ต้องหารือทางเทคนิคก่อน จากนั้น จึงจะตกลงในกรอบการเจรจา เพราะสถานการณ์ก็เปลี่ยนแปลงไป
.
เพราะไม่ใช่เรื่องเขตแดนอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของความมั่นคง และความร่วมมือชายแดน ย้ำ ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้แก้ไขโดยเทคนิค ต้องสร้างบรรยากาศที่ดีคุยกันในเชิงนโยบาย
.
“ตอนนี้เราอย่ามาพยายามดูว่าใครจะมีไพ่เหนือกว่าใคร ไม่ควรจะมาเล่นเกมนี้ ต้องมาคุยกันอย่างจริงจังว่าเราจะเผชิญหน้ากันอย่างไร โดยใช้การเจรจาการพูดคุยก่อน ต้องยอมรับว่า มาครั้งนี้ยังไม่มีข้อยุติ แล้วเราก็ไม่คิกว่าทุกอย่างจะมีข้อยุติโดยเร็ว เพราะปัญหามีหลายปัญหา เราต้องคำนึงถึงอธิปไตยของเรา ผลประโยชน์ของเรา บางครั้งคนเข้าใจว่าจับมือกันแล้ว ทุกอย่างยุติ
.
ไม่ใช่การจับมือธรรมดา ไม่ได้หมายความว่าถึงขั้นเจรจา เราจะยอมทุกอย่าง ไม่ใช่แบบนั้นรับรองได้ เจรจาบนพื้นฐานผลประโยชน์ของประเทศ เราอาจจะมีเป้าหมายเดียวกัน แต่วิธีการไม่เหมือนกันก็ไม่เป็นไร ของพวกนี้ไม่ได้คุยกันง่ายๆ เราเข้าใจท่าทีของอีกฝ่าย เขาเข้าใจท่าทีของตน เราก็ได้คิดกันต่อ“ นายสีหศักดิ์ กล่าว
.