ตำรวจ ดส. รวบครอบครัวเมียนมา ทุบตีเด็ก 6 ขวบ จนแขนหัก หลังขายของทำยอดไม่ได้ตามเป้า บุกห้องเช่าช่วยเด็กได้อีก 5 คน พบรับเด็กมาจากชนกลุ่มน้อยฝั่งเมียนมา ผู้นำชุมชน แฉ บางคืนเด็กขอข้าวกิน อ้างถูกทำโทษ เผยเคยเตือนก็ถูกตวาดไม่ให้ยุ่ง
วันนี้ (27 พ.ค.69) พ.ต.อ.ศุภชัย ชัยสุวรรณ ผกก.ดส.บช.น. พ.ต.ท.ปียรัช เวสสะโกศล รอง ผกก.ดส. พ.ต.ท.จักรี นารีผล สว.กก.ดส. พ.ต.ท.รชต พุ่มพันธุ์ม่วง สว.กก.ดส. ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา ประกอบด้วย น.ส.โซโซ น.ส.นีนีวิน และนายอูแซร์ ทั้งหมดเป็นชาวเมียนมา โดยจับกุมได้บริเวณ แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กทม.
สืบเนื่องจากกรณีพบเด็กชายอายุ 6 ขวบ ถูกทำร้ายร่างกายจนแขนหัก เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.ดส. ได้เข้าช่วยเหลือเด็กผู้ถูกทำร้าย ก่อนทราบว่า น.ส.โซโซ น.ส.นีนีวิน และนายอูแซร์ ผู้ดูแลเป็นผู้ทำร้ายร่างกาย โดยจะนำเด็กชายไปใช้แรงงานขายดอกไม้และลูกอมตามร้านอาหารและสถานบริการต่างๆ ในเวลากลางคืน ตั้งแต่เวลา 15.00-03.00 น. หากทำยอดไม่ได้จะถูกทำร้ายร่างกายและให้อดอาหาร โดยผู้ต้องหากลุ่มนี้จะไปหาเด็กมาจากพื้นที่ชนกลุ่มน้อยในประเทศเมียนมา
ตำรวจ กก.ดส.บช.น. ได้สนธิกำลังฝ่ายสืบสวน สน.คลองตัน เข้าทำการจับกุมบุคคลทั้ง 3 ราย ตามหมายจับศาลอาญาพระโขนงที่ 505/2569 , 506/2569 และ 507/2569 ลงวันที่ 26 พ.ค. 69 ในข้อหา พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551, พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 และ พ.ร.บ.ควบคุมการขอทานฯ นอกจากนี้ ยังพบว่าภายในบ้านหลังดังกล่าวมีเด็กอีก 5 คน จึงเข้าช่วยเหลือพาตัวมาที่ กก.ดส.บช.น. และทำการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเข้าช่วยเหลือเด็กต่อไป
ทั้งนี้ ทีมข่าว 7 HD ลงพื้นที่ห้องเช่าของผู้ต้องหาชาวเมียนมาที่ถูกตำรวจกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี เข้าจับกุม เนื่องจากบังคับใช้แรงงานเด็กไปขายลูกอมและดอกไม้ในยามค่ำคืน พบว่าห้องพักดังกล่าวอยู่ภายในชุมชนแสงสันติ ซอยพัฒนาการ 20 แยก 8 แขวงและเขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร เป็นบ้านไม้ชั้นเดียวแบ่งเช่าเป็นห้อง ๆ จากการสังเกตของผู้สื่อข่าวพบว่า ประตูห้องเช่าปิดมิดชิด แต่ภายในห้องเช่ายังคงมีเสียงเด็กเล็กหลายคนส่งเสียงเล่นกันอย่างสนุกสนาน
จากการพูดคุยกับครูมุกดา ริดมัด ประธานชุมชนซึ่งมีบ้านอยู่ติดกับห้องเช่าของผู้ต้องหา ให้ข้อมูลว่า ครอบครัวเมียนมากลุ่มนี้ เช่าห้องมานานหลายปีแล้ว มีพ่อ แม่ ลูกสาว และลูกเขย โดยช่วงแรกประกอบอาชีพขายโรตี คนพ่อจะเป็นคนเงียบๆ แต่นิสัยดี ขณะที่แม่กับลูกสาวเป็นคนพูดจาโผงผาง และจะมีเด็กๆ 10 กว่าคนที่มาอยู่ด้วย ตนเคยถามว่าเป็นเด็กจากไหน ซึ่งเจ้าตัวก็อ้างว่าเป็นลูกแท้ๆ ทั้งหมด มีเพียงแค่เด็ก 2 คนที่ล่าสุดทราบว่าไปรับมาจากแม่สอดเมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา อ้างว่าเป็นลูกของน้องชาย จึงรับมาเลี้ยง ซึ่งเด็กทั้งหมดก็จะออกไปทำงานขายลูกอมและดอกไม้ตามสถานบันเทิง รวมถึง RCA ตั้งแต่ประมาณ 2 ทุ่ม และกลับมาช่วงตี 1 - ตี 2 เคยได้ยินเสียงดุด่าเด็กๆ อย่างรุนแรง จนสามีตนต้องตะโกนเตือน
ส่วนเรื่องทำร้ายร่างกาย ก็มีใช้มือ หรืออะไรที่หยิบตีได้ ถ้าเป็นลูกแท้ๆ จะโดนน้อย ได้รับการดูแลดี ส่งเรียนหนังสือ แต่น้อง 6 ขวบที่มาใหม่โดนหนักจนแขนหัก ชาวบ้านเคยถามไถ่อาการ แต่เด็กก็ไม่กล้าบอก อ้างว่าหกล้ม ตนเคยเห็นเด็กตาเขียวช้ำ แต่เด็กก็ไม่ยอมบอกว่าไปโดนอะไรมา บางคืนเด็กต้องไปขอข้าวชาวบ้านกินตอน 5 ทุ่ม อ้างว่ายังไม่ได้กินข้าว เพราะถูกทำโทษ ตนเคยเตือนลูกสาวของบ้านนี้ไปแล้ว แต่กลับถูกตวาดใส่และบอกว่าดูแลเด็กๆ ได้ ไม่ให้มายุ่ง แม้แต่ตอนที่ตำรวจเข้าจับกุม ตัวลูกสาวก็ยังขู่ว่าจะฟ้องให้หมด เพราะเชื่อว่าจะรอดพ้นคดี
ขณะที่พี่ของน้อง 6 ขวบที่มาด้วยกัน อายุประมาณ 8 ขวบ ตนไม่เห็นอีกเลย ทราบเพียงว่าตัวลูกสาวพาไปอยู่อีกแห่ง และโดนหนักกว่าคนน้องเสียอีก ตอนนี้น่าจะอยู่ในความดูแลของ พม. ส่วนห้องเช่าตอนนี้มีเพียงคนพ่อ ที่ตำรวจไม่ได้จับกุมไป และเด็กๆ ที่เป็นลูกแท้ๆ อยู่
ทั้งนี้ หลังเรื่องแดง ชาวบ้านก็เพิ่งจะมารู้ว่าทารุณกรรมเด็กขนาดนี้ เมื่อเช้าจึงมีการประชุมคณะกรรมการชุมชน เพื่อช่วยกันเป็นหูเป็นตาเรื่องการทารุณกรรมเด็กให้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม คดีนี้ พ.ต.ท.ปียะรัช เผยว่า เรื่องที่เด็กถูกทุบตีจนแขนหัก ก็เป็นส่วนของคดีทารุณกรรมเด็ก แต่อยากให้สังคมช่วยกันเฝ้าระวังเรื่องการนำเด็กไปทำงานตอนกลางคืน เพราะจริงๆ แล้ว การนำเด็กมาทำงานที่ส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเด็ก หรือทำงานหลัง 4 ทุ่ม ถือว่าเข้าข่ายความผิดเรื่องการใช้แรงงานเด็กและการค้ามนุษย์ทั้งหมด