นายกฯ โต้ ภูมิใจไทย ไม่ใช่เอเยนต์ระบอบสีน้ำเงิน

View icon 12
วันที่ 28 พ.ค. 2569 | 06.34 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - วาทกรรม "ระบอบน้ำเงิน" ยังไม่จบ นายณัฐพงษ์ ยืนยันไม่ขอโทษ เพราะพูดตามข้อเท็จจริง ขณะที่ นายกฯ ลั่นไม่ติดหนี้บุญคุณพรรคประชาชน ยัน ภูมิใจไทยไม่ได้เป็นเอเยนต์ระบอบสีน้ำเงิน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ก็ตอบโต้พรรคประชาชน ว่า พรรคภูมิใจไทยไม่ได้เป็นเอเยนต์ระบอบสีน้ำเงิน แต่เป็น Manufacturer และสร้างจิตสำนึกให้คนไทยรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน

ส่วนท่าทีของ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ที่พูดเรื่องนี้ นายกฯ บอกว่า ไม่เป็นไรหรอก เอาที่สบายใจ

นายกฯ ยังบอกว่า ขอบคุณพรรคประชาชนที่โหวตให้ แต่ไม่ได้ติดหนี้กัน เพราะก็ยุบสภาให้แล้วตามคำขอ ถือว่าจบแล้ว ที่ตนมายืนอยู่ตรงนี้ก็มาจากการเลือกตั้งเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และการจัดตั้งรัฐบาลก็ไม่มี สส.พรรคประชาชน มาสนับสนุนตนสักคนเดียว ดังนั้น ไม่ได้ติดหนี้บุญคุณอะไร

ด้าน แกนนำพรรคภูมิใจไทย อย่าง นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี บอกไม่รู้ว่าเขาหมายถึงระบอบอะไร แต่ประเทศไทยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเท่านั้น ซึ่งเป็นระบอบที่คนไทยปลูกฝังกันมา บ้านเราเป็นประเทศที่สงบสุขมาตลอด เราก็ต้องรักษาไว้ต่อไป ส่วนใครจะพูดอะไร ห้ามความคิดเขาไม่ได้

มาที่ประเด็นก่อนหน้านี้ 89 สว. เรียกร้องให้ นายณัฐพงษ์ ขอโทษภายใน 3 วัน กรณีกล่าวหา สว. ว่าเป็นระบอบสีน้ำเงิน เมื่อวาน (27 พ.ค.) นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. ที่เคยเรียกร้องเรื่องนี้ ออกมาย้ำอยากให้ นายณัฐพงษ์ เคลียร์ให้ชัดว่าระบอบสีน้ำเงินหมายถึงใคร และไม่ได้คาดหวังให้ นายณัฐพงษ์ ขอโทษ และยังยืนยันว่าเรื่องนี้จะไม่กระทบต่อการออกกฎหมาย การร่างรัฐธรรมนูญ เพราะแยกแยะได้ ส่วนจะเอาผิดหรือไม่ อยู่ระหว่างหารือเพื่อนสมาชิกและฝ่ายกฎหมาย

ด้าน นายณัฐพงษ์ บอกว่า จะไม่ขอโทษอะไร เพราะยืนยันว่าสิ่งที่พูดไปทั้งหมดเป็นข้อเท็จจริง และไม่ได้พาดพิงบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ซึ่งไม่มีข้อกังวลผลกระทบทางด้านคดีที่จะเกิดขึ้นกับตน เพราะพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

นายณัฐพงษ์ ยังตอบโต้ สว. ที่พยายามโยงเรื่องระบอบสีน้ำเงิน กับ สีน้ำเงินบนธงชาติ โดยย้อนถามว่า เคยได้ยินคำพูดนั้นออกจากปากผมหรือไม่ มีแต่ได้ยินจากปากคนอื่นที่พยายามจะกล่าวหาใส่ร้ายป้ายสีพรรคสีส้มมาโดยตลอด อยากให้ถามกลับไปเช่นเดียวกันว่า คนที่พูดแบบนี้ออกมา มีเจตนาอะไรกันแน่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง