กระชากหน้ากาก นอมินีฟอกเงินเครือข่ายอดีตพระธรรมกาย ขณะขนของพาสมาชิกครอบครัวเตรียมย้ายถิ่นฐานหลบหนีลงใต้

กระชากหน้ากาก นอมินีฟอกเงินเครือข่ายอดีตพระธรรมกาย ขณะขนของพาสมาชิกครอบครัวเตรียมย้ายถิ่นฐานหลบหนีลงใต้

View icon 175
วันที่ 28 พ.ค. 2569 | 08.01 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วันนี้ (28 พ.ค. 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง ร่วมกันจับกุม นายกิตติธัชหรือดอน อายุ 51 ปี
       
โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดในข้อหา 1.เป็นบุคคลตามหมายจับศาลอาญา ที่3126/2568 ลงวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน ตามมาตรา 5 และมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ที่มีบทกำหนดโทษตามมาตรา 60 และมาตรา 61 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2522”และ2.เป็นบุคคลตามหมายจับศาลแขวงนครสวรรค์ ที่ 408/2568 ลงวันที่ 15 กันยายน 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกง”

โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณหลวงหมายเลข 4 (เพชรเกษม) กม.442+500 (ขาล่องใต้) ต.สลุย อ.ท่าแซะ  จ.ชุมพร วันที่ 26 พ.ค.69 เวลาประมาณ 06.30 น.

พฤติการณ์ เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 06.30 น. ของวันที่ (26 พ.ค. 69) ที่ผ่านมา ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชุมพรนำรถวิทยุหมายเลข 2401 ออกปฏิบัติหน้าที่ระดมกวาดล้างอาชญากรรม บนถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) บริเวณ กม.442+500 ฝั่งขาล่องใต้ ต.สลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ได้สังเกตเห็นรถยนต์ สีเทา ขับแซงขึ้นทางด้านขวาด้วยลักษณะผิดปกติ

เนื่องจากบริเวณท้ายรถมีการบรรทุกสัมภาระหนักจนตัวรถทรุดต่ำ เจ้าหน้าที่จึงเปิดสัญญาณไฟวับวาบและเรียกให้หยุดรถเพื่อตรวจสอบ 

จากการตรวจสอบเบื้องต้น ทราบชื่อผู้ขับขี่ภายหลัง คือ นายกิตติธัช หรือ ดอน อายุ 51 ปี โดยเจ้าตัวแสดงอาการมีพิรุธอย่างเห็นได้ชัด และอ้างว่ากำลังเดินทางจาก จ.นครสวรรค์ เพื่อไปส่งครอบครัวที่ จ.นครศรีธรรมราช

เมื่อเจ้าหน้าที่ขอตรวจเอกสาร นายกิตติธัชกลับบ่ายเบี่ยงอ้างว่าไม่มีบัตรประชาชนหรือใบอนุญาตขับขี่ติดตัว และไม่ยอมให้ข้อมูลส่วนตัวใด ๆ แต่ด้วยความเชี่ยวชาญ เจ้าหน้าที่สังเกตเห็น “สมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก” (สมุดฝากครรภ์) วางอยู่ที่คอนโซลหน้ารถ

เมื่อขอตรวจสอบจึงพบชื่อนายกิตติธัชปรากฏอยู่ในฐานะบิดา จึงนำหมายเลขบัตรประชาชนไปตรวจสอบผ่านระบบฐานข้อมูลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จนพบความจริงว่า นายกิตติธัช เป็นบุคคลตามหมายจับถึง 2 คดีสำคัญ คือ

1. หมายจับศาลอาญา ที่ 3126/2568 ข้อหา “ร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน” (คดีเครือข่ายฟอกเงินสหกรณ์คลองจั่น)
2. หมายจับศาลแขวงนครสวรรค์ ในความผิดฐาน “ฉ้อโกง”สำหรับนายกิตติธัช เป็นพี่ชายของ นายสถาพร (สงวนนามสกุล) อดีตพระลูกวัดพระธรรมกาย

ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในคดีทุจริตสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น โดยนายกิตติธัชมีบทบาทเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นใหญ่ใน บริษัทแห่งหนึ่ง และอีกหลายบริษัทในเครือข่ายบริษัทดังกล่าว ซึ่งถูกตรวจสอบพบว่าใช้เป็นแหล่งพักเงินและฟอกเงินจากการยักยอกเงินสหกรณ์ฯ มาแปลงสภาพเป็นที่ดิน หุ้น และทรัพย์สินมูลค่ามหาศาล

โดยก่อนหน้านี้ ปปง. ได้มีคำสั่งอายัดทรัพย์สินในชื่อของนายกิตติธัช ทั้งที่ดินและเงินในตู้เซฟไปแล้วเป็นจำนวนมาก

จากการสืบสวนและสภาพของภายในรถ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าการเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่การเดินทางปกติ แต่เป็นการ “ตั้งใจย้ายถิ่นฐานและภูมิลำเนา” เพื่อหลบหนีการติดตามจับกุมหลังจากถูกออกหมายจับในช่วงปี 2568 โดยหวังจะไปกบดานในพื้นที่ภาคใต้พร้อมครอบครัว

จากการสอบถามคำให้การผู้ต้องหา เบื้องต้น นายกิตติธัช ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาและรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวนำส่งศาลอาญา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลในส่วนของทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องต่อไป