ยายวัย 87 ปี และลูกสาวผวาหนัก แก๊งทวงหนี้ขับรถปาดหน้าขู่ฆ่ายกครัว หลังกู้เงินหมื่นซื้อชุดนักเรียนให้หลาน 2 คน แต่หาจ่ายคืนไม่ทัน
วันนี้ (28 พ.ค. 69) นางอี๊ด อายุ 56 ปี และ นางละออง อายุ 59 ปี สองพี่น้อง พร้อมด้วย นางบิง อายุ 87 ปี ซึ่งเป็นแม่ ชาวบ้าน ต.จรเข้มาก อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ได้ออกมาร้องขอความช่วยเหลือ และขอความเห็นใจจากเจ้าหนี้ หลังจากได้กู้เงินนอกระบบหรือเงินรายวัน ผ่านแก๊งทวงหนี้ จำนวน 10,000 บาท เมื่อช่วงเปิดเทอมที่ผ่านมา เพื่อนำเงินไปซื้อชุดนักเรียน รองเท้า และอุปกรณ์การเรียนให้กับหลาน 2 คน ซึ่งกำลังเรียนขั้น ม.1 และ ม.2 เพราะพ่อแม่ของหลานทั้งคู่แยกทางกัน จึงต้องรับภาระเลี้ยงดูแทน แต่ครอบครัวฐานะยากจน มีอาชีพรับจ้างเลี้ยงวัว และรับจ้างทั่วไป รายได้ไม่แน่นอน จึงตัดสินใจกู้เงินรายวัน
โดยกู้เงินมา 10,000 บาท แต่ถูกหักไว้ 1,000 บาท ได้รับจริง 9,000 บาท และจะต้องจ่ายเป็นรายวัน วันละ 400 บาท เป็นเวลา 30 วัน ตอนแรก ๆ ก็ช่วยกันหาจ่ายได้ประมาณ 3,000 บาท แต่ประมาณ 1 สัปดาห์ หาเงินไม่ทัน ขอผ่อนจ่ายวันละ 100-200 บาทบ้าง บางวันก็ไม่ได้จ่าย เพราะไม่มี ทำให้แก๊งทวงหนี้ไม่พอใจ มาตะโกนด่าและใช้คำพูดข่มขู่หลายครั้ง
ล่าสุด นางอี๊ด ขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างไปกับแม่ชรา วัย 87 ปี เพื่อไปเกี่ยวหญ้ามาให้วัวที่รับจ้างเลี้ยง ระหว่างทางแก๊งทวงหนี้ได้ขับกระบะปาดหน้า แล้วมาถอดกุญแจรถจักรยานยนต์ออก พร้อมข่มขู่สารพัด ถ้าไม่จ่ายจะฆ่ายกครัว ทำให้รู้สึกกลัวมาก ไม่รู้จะทำอย่างไร พยายามขอร้องว่าขอผ่อนจ่ายวันละ 100 -200 บาทได้หรือไม่เพราะช่วงนี้หาเงินไม่ทัน แต่แก๊งทวงหนี้ก็ไม่พอใจ กดดันให้จ่ายตามกำหนด
นางบิง บอกว่า ตอนแรกไม่รู้ว่าลูกสาวไปกู้เงินรายวันมา กระทั่งมีแก๊งเงินกู้มาตามทวงและข่มขู่ที่บ้านถึงได้รู้ ก็เคยเตือนและต่อว่าลูกสาว เพราะกลัวจะหาเงินจ่ายเขาไม่ทัน จนล่าสุดที่แก๊งเงินกู้ขับกระบะมาปาดหน้าและข่มขู่ก็กลัวมาก ตอนนี้ถือเคียวในมือ ก็คิดในใจว่าถ้าเขาทำอะไรก็พร้อมจะป้องกันตัว ทั้งที่รู้ว่าคงสู้แรงเขาไม่ได้ ยอมรับว่ากลัวมากแต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร