ห้องข่าวภาคเที่ยง - คดีสาวประเภทสองที่ถูกชาวจีนทำร้ายร่างกาย จนได้รับบาดเจ็บเลือดท่วม เรื่องทางคดีตอนนี้ยังไม่มีข้อสรุปออกมาว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร แต่ที่แน่ ๆ อีกฝ่ายไม่อยู่เฉย เปิดใจเล่าเหตุการณ์ว่าไม่ได้เป็นไปตามข่าวที่ออกมา ยืนยันว่าตัวเองถูกจัดฉากรีดเงิน
จากเหตุการณ์ที่มีสาวประเภทสองถูกทำร้ายร่างกายในโรงแรมแห่งหนึ่ง ซอยพัทยาใต้ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี สภาพเลือดไหลอาบทั่วใบหน้า และร่างกาย ข้าวของในห้องพังเสียหาย ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะกระชากแขน และพยายามผลักดันเธอออกจากห้อง
แต่ทีนี้ก็มีอีกคลิปออกมา จนโซเชียลฯ เกิดการตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมพอชายชาวจีนผู้ก่อเหตขับไล่ทั้งผู้เสียหาย และกลุ่มเพื่อนให้ออกจากห้อง ถึงไม่ยอมออกจากห้อง แล้วยังพยายามทำร้ายตนเอง ทุบกระจก ทำลายทรัพย์สินแบบนั้น
ก็มีสื่อจาก "Thai Chinese News" ที่ได้รับการติดต่อจากชายคนนี้ เล่าให้ฟังข้อเท็จจริงอีกด้านว่า มาเที่ยวไทยกับเพื่อน แล้วระหว่างไปเที่ยวสถานบันเทิงก็มีคนมาขอเพิ่มเพื่อนหลายคน รวมถึงคู่กรณี ซึ่งทีแรกเขาบอกว่าตัวเองเป็น "หญิงแท้" และได้ส่งภาพบัตรประชาชนที่มีคำว่า "นางสาว" นำหน้ามาเป็นหลักฐาน
แต่ระหว่างที่กำลังอยู่ในห้องด้วยกัน คู่กรณีก็พยายามใช้โทรศัพท์พูดคุยกับใครไม่รู้อยู่ตลอดเวลา ก่อนจะเปิดประตูให้คน 2 คนเข้ามาในห้อง แล้วก็ถูกข่มขู่เรียกเงิน 6,000 บาท จากนั้นอีกฝ่ายก็เริ่มทุบทำลายข้าวของ กันไม่ให้ตนเองออกจากห้อง จนต้องหยิบเศษแก้วมาป้องกันตัว แต่ก็ไม่ได้ใช้ทำร้ายใคร เหตุการณ์กินเวลากว่า 30 นาที เชื่อว่าวงจรปิดของโรงแรมน่าจะบันทึกเหตุการณ์ไว้ได้ทั้งหมด
คดีนี้มีการแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองพัทยา จนถึงตอนนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีลำดับ และสาเหตุอย่างไร ก่อนสรุปดำเนินคดีตามข้อเท็จจริง
ปัญหาเรื่องของสาวประเภทสองกับนักท่องเที่ยวในพัทยากำลังเริ่มส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มที่พยายามหลอกล่อให้นักท่องเที่ยวซื้อบริการ แล้วพอมีปัญหาก็จะมีการเรียกกลุ่มเพื่อนมาข่มขู่อย่างในกรณีคลิปนี้ ซึ่งเป็นคนละเหตุการณ์ จนทำให้นักท่องเที่ยวหวาดกลัวยอมทำตาม สุดท้ายผลคือ ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเมืองพัทยาในระยะยาว ที่อาจถูกทำลายลง
ปัจจุบัน ตำรวจยังคงเดินหน้าระดมกวาดล้างปัญหาการค้าประเวณี และลงพื้นที่ตรวจสอบกลุ่มสาวประเภทสองในจุดเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ต้องยอมรับว่าปัจจุบันมีกลุ่มสาวประเภทสอง จำนวนมากเข้ามาประกอบอาชีพในเมืองท่องเที่ยว ทำให้การดูแลและควบคุมเป็นไปอย่างยากลำบากมากขึ้น ซึ่งนี่ก็อาจเป็นอีกความท้าทายที่ นายกเมืองพัทยาคนใหม่จะต้องเผชิญด้วย