เวลา 17.12 น. วันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ทรงรับ นายโต เลิม (Mr. To Lam) เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์และประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และนางโง เฟือง ลี (Mrs. Ngo Phuong Ly) ภริยา ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล
โดยเมื่อวันที่ 15-20 พฤศจิกายน 2535 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ ตามคำทูลเชิญของนายเล ดึ๊ก แองห์ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามในขณะนั้น รวมทั้งพระบรมวงศานุวงศ์ ได้เสด็จพระราชดำเนินและเสด็จเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอีกหลายครั้ง
ประเทศไทยได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2519 ซึ่งเป็นก้าวแรกของความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศและเป็นพื้นฐานของการดำเนินความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอยู่ในระดับที่ดี และมีพลวัตอย่างต่อเนื่อง ทั้งสองประเทศให้ความสำคัญซึ่งกันและกัน โดยได้ยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ ระหว่างกันเมื่อเดือนมิถุนายน 2556 ต่อมาได้ยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่เข้มแข็ง (Strengthened Strategic Partnership) เมื่อปี 2562 และล่าสุดได้ยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน (Comprehensive Strategic Partnership) เมื่อปี 2568
เวลา 17.41 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล และนางฐาปณี เตชะเจริญวิกุล และคณะในนามมูลนิธิสิริวัฒนภักดี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายพระพรชัยมงคล และน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายรถพยาบาล พร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อทรงใช้ตามพระราชอัธยาศัย เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569
รถพยาบาล พร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ดังกล่าว ประกอบด้วย อุปกรณ์ในห้องโดยสารพยาบาล และอุปกรณ์ช่วยชีวิตตามมาตรฐานทางการแพทย์ที่ทันสมัย พร้อมด้วยเทคโนโลยีล่าสุดตามมาตรฐานสากล ได้แก่ อุปกรณ์ช่วยหายใจ อุปกรณ์ช่วยชีวิตและติดตามอาการ รวมถึง อุปกรณ์เคลื่อนย้าย เพื่อใช้ในการออกปฏิบัติการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยวิกฤต ผู้สูงอายุ และผู้ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ให้ได้รับการรักษาในเบื้องต้นได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ตลอดจน ได้รับความปลอดภัยก่อนนำส่งถึงโรงพยาบาล