วันนี้ (29 พ.ค. 69) ผู้สื่อข่าวรายงาน กองกำลังบูรพา ยังคงเดินหน้ายกระดับมาตรการรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นพื้นที่เฝ้าระวังการลักลอบเข้า–ออกประเทศโดยผิดกฎหมาย และการก่อเหตุของขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติในรูปแบบต่าง ๆ
ทั้งการลักลอบนำพาแรงงานเถื่อนผิดกฎหมาย ขบวนการค้ามนุษย์ และเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่พยายามใช้ช่องทางธรรมชาติตามแนวชายแดนเป็นเส้นทางหลบหนีหรือเคลื่อนย้ายบุคคล
กองกำลังบูรพา โดยหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ ชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 นำโดย พันโทเตชทัต เฉลิมจิตต์ ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 1202 พร้อมกำลังพล ได้ออกปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนและตรวจพื้นที่แนวชายแดนในเวลากลางคืน โดยใช้ทั้งรถจยย. และการเดินเท้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงพื้นที่เสี่ยงและพื้นที่ที่ยานพาหนะไม่สามารถเข้าถึงได้
การลาดตระเวนในครั้งนี้ครอบคลุมพื้นที่ตลอดแนวชายแดนในเขตรับผิดชอบของกองร้อยทหารพรานที่ 1202 ตั้งแต่บริเวณรอยต่อระหว่าง ร้อย.ทพ.1202 กับ ร้อย.ทพ.1205 ช่วงระหว่างจุดตรวจการณ์สกัดกั้น จต.ส.44 และ จต.อ.01 พื้นที่บ้านภูน้ำเกลี้ยง หมู่ที่ 5 ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ไปจนถึงบริเวณรอยต่อระหว่าง ร้อย.ทพ.1202 กับ ร้อย.ทพ.1201
ช่วงระหว่างจุดตรวจการณ์ จต.อ.10 และ จต.อ.11 บ้านดงงู หมู่ที่ 7 ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นแนวพื้นที่ชายแดนที่มีความยาวหลายกิโลเมตรและต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง
ระหว่างการปฏิบัติภารกิจ พันโทเตชทัต ได้เข้าตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพลตามจุดตรวจการณ์ จุดเฝ้าตรวจ และฐานปฏิบัติการต่าง ๆ เพื่อติดตามสถานการณ์ ตรวจสอบความพร้อมของกำลังพล อุปกรณ์ และมาตรการรักษาความปลอดภัย
พร้อมทั้งได้มอบน้ำดื่มและขนมให้แก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ตามแนวชายแดน เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติงานท่ามกลางสภาพอากาศและสภาพพื้นที่ที่มีความยากลำบาก
โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนที่ต้องเฝ้าระวังภัยคุกคามทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่อง นอกจากการตรวจเยี่ยมกำลังพลแล้ว เจ้าหน้าที่ยังได้ดำเนินการตรวจสอบสภาพแนวรั้วลวดหนามหีบเพลงที่ติดตั้งเพิ่มเติมตามแนวชายแดน ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญในการสกัดกั้นและป้องปรามการลักลอบข้ามแดน
โดยรั้วดังกล่าวได้ถูกนำมาติดตั้งทดแทนแนวเดิมที่ชำรุดเสียหาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมพื้นที่และลดโอกาสการลักลอบเข้า–ออกประเทศโดยผิดกฎหมาย
ทั้งนี้ จากข้อมูลด้านการข่าวและการตรวจการณ์ในพื้นที่ พบว่าพื้นที่ชายแดนบางช่วงยังคงมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากเป็นพื้นที่ป่ารกทึบ มีสภาพภูมิประเทศซับซ้อน และมีจุดอับสายตาหลายแห่ง ซึ่งอาจถูกใช้เป็นช่องทางในการลักลอบข้ามแดนของกลุ่มผู้กระทำผิดกฎหมายได้ โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนที่ยากต่อการสังเกตการณ์ ที่ผ่านมา
เจ้าหน้าที่ตรวจพบพฤติกรรมของกลุ่มชาวกัมพูชาบางส่วนที่ลักลอบเข้ามาในพื้นที่แนวชายแดนและแอบตัดทำลายแนวรั้วลวดหนามหลายจุด เพื่อเปิดช่องทางสำหรับการเคลื่อนย้ายบุคคลหรือหลบเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่ ซึ่งการกระทำดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อมาตรการรักษาความมั่นคงของประเทศ และอาจเอื้อประโยชน์ต่อขบวนการลักลอบนำพาแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย เครือข่ายค้ามนุษย์
รวมถึงกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่พยายามหลบหนีการจับกุม ด้วยเหตุนี้ หน่วยงานด้านความมั่นคงจึงได้เพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวน ตรวจสอบแนวรั้ว และเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน โดยเน้นการตรวจสอบแนวรั้วลวดหนามทุกจุดอย่างละเอียด หากพบร่องรอยการตัด ทำลาย หรือความผิดปกติ จะดำเนินการซ่อมแซมและขยายผลติดตามผู้กระทำผิดทันที
กองกำลังบูรพา และหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ ยืนยันว่าจะยังคงดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยชายแดนอย่างเข้มข้น ควบคู่กับการลาดตระเวนเชิงรุก การตรวจสอบช่องทางธรรมชาติ และการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันการลักลอบเข้า–ออกประเทศโดยผิดกฎหมาย
การกระทำผิดของขบวนการคอลเซ็นเตอร์ อาชญากรรมข้ามชาติ และภัยคุกคามด้านความมั่นคงทุกรูปแบบ พร้อมสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชาอย่างยั่งยืนต่อไป